สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตะวันออกกลางเดือด ดอกเบี้ยไทยลด

0
58






สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตะวันออกกลางเดือด ดอกเบี้ยไทยลด


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตะวันออกกลางเดือด ดอกเบี้ยไทยลด

รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ประจำช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 เผยให้เห็นภาพรวมเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง ขณะที่นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายประเทศยังคงดำเนินไปอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความท้าทายด้านเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค.

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง: สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐอเมริกาได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่ามีเป้าหมายเพื่อปกป้องชาวอเมริกันจากการคุกคามของรัฐบาลอิหร่าน การโจมตีทางอากาศและทางทะเลของกองทัพสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปที่กระทรวงหลายแห่งในกรุงเตหะราน และเมืองอื่นๆ ของอิหร่าน ในวันเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยประสานงานกับสหรัฐฯ เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันประเทศและเป้าหมายพลเรือนในหลายเมือง อิหร่านได้ออกมาประณามการโจมตีดังกล่าว และประกาศว่าจะตอบโต้ พร้อมทั้งยื่นอุทธรณ์ต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่อิหร่านมีการปราบปรามภายในประเทศอย่างหนักเป็นเวลาหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียยังได้ออกโรงเตือนพลเมืองรัสเซียให้เดินทางออกจากอิหร่าน โดยชี้ว่าภูมิภาคนี้อาจเผชิญกับ “หายนะ”

ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันดิบ โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เคยปรับลดลงเล็กน้อยก่อนหน้านี้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ หลังมีสัญญาณการคลี่คลายในการเจรจานิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การสู้รบจริงที่เกิดขึ้นย่อมสร้างความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดพลังงานโลก.

ทิศทางนโยบายการเงินและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

สหรัฐอเมริกา

ตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังคงจับตาความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผู้จะมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งอาจเป็นเควิน วอร์ช ผู้ที่มีท่าทีผ่อนคลายนโยบายการเงินมากกว่าเจอโรม พาวเวลล์คนปัจจุบัน แม้กรรมการบางรายในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) จะยังกังวลเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป รายงานการจ้างงานเดือนมกราคมที่แข็งแกร่งเกินคาดที่ 130,000 ตำแหน่ง ได้เพิ่มความซับซ้อนในการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 91.2 สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ด้านนโยบายการค้า ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกนโยบายภาษีตอบโต้ ส่งผลให้มีการปรับลดอัตราภาษีนำเข้ากับบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย จาก 19% เหลือ 15%

ยุโรปและจีน

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ โดยประธานธนาคารกลางยุโรป คริสติน ลาการ์ด ย้ำว่าการตัดสินใจขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ และยังไม่ควรคาดหวังการลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมเร็วเกินไป แม้เงินเฟ้อเดือนมกราคมจะลดลงเหลือ 1.7% ก็ตาม สำหรับจีน ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 แสดงถึงท่าทีระมัดระวังในการรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนเศรษฐกิจและเสถียรภาพค่าเงิน อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนเผชิญความท้าทาย โดยยอดขายรถยนต์ในเดือนมกราคมลดลง 19.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี และยอดขายรถยนต์ของ BYD ในเดือนกุมภาพันธ์ลดลงถึง 41.1% ซึ่งเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563

ประเทศไทย

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.00% เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้มีผลทันที การตัดสินใจนี้มีขึ้นเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง รวมถึงบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือน กนง. ยังแสดงความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 1.6% ในปี 2569 จาก 2.1% ในปี 2568 โดยมีสาเหตุจากปัจจัยภายนอกและอุปสงค์ภายในประเทศที่จำกัด

ตลาดทุนและเทคโนโลยี: AI ยังคงขับเคลื่อน แต่ Bitcoin เผชิญความท้าทาย

ในตลาดหุ้นโลก ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ในขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดลบ โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แม้ว่า Nvidia ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการที่สูงกว่าคาด ก่อนหน้านี้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่คลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) กลับสร้างผลงานโดดเด่นอย่างมากในเดือนกุมภาพันธ์ โดยปรับขึ้นถึง 10.11% (134 จุด) ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ทำให้เป็นตลาดหุ้นหลักที่ปรับขึ้นแรงที่สุดในโลกในช่วงเวลาเดียวกัน การพุ่งขึ้นนี้ได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติที่ซื้อสุทธิหุ้นไทยมูลค่าสูงถึง 45,531.70 ล้านบาทในเดือนกุมภาพันธ์ นักวิเคราะห์มองว่ายังมีโอกาสที่ SET จะปรับตัวขึ้นได้อีก จากกระแสการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization) ที่ทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดสหรัฐฯ เข้าสู่ยุโรปและเอเชีย รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยที่แข็งแกร่งเกินคาด

ด้านตลาดคริปโตเคอร์เรนซี Bitcoin เผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยกำลังมุ่งหน้าสู่การลดลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 โดยร่วงลงชั่วคราวเหลือประมาณ 62,557 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ BTC ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ในส่วนของเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) CNBC ได้เปิดรับสมัครสำหรับรายชื่อ “World’s Top Fintech Companies 2026” โดยเน้นย้ำถึงการเติบโตของภาคส่วนนี้ที่ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนี้ Bloomberg ยังได้ร่วมมือกับ Kaiko เพื่อนำเสนอข้อมูล Data License บนบล็อกเชน โดยมุ่งเน้นที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แบบโทเค็นและธุรกรรม Repo

สรุปได้ว่า ภาพรวมข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงเวลานี้สะท้อนถึงโลกที่เผชิญกับความท้าทายทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ การตัดสินใจเชิงนโยบายของธนาคารกลาง และพลวัตของตลาดทุนและเทคโนโลยี ที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.