อัพเดทข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก ปัจจัยเสี่ยง “สงครามการค้า” และ “สัญญาณเฟด”
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568
ตลาดการเงินทั่วโลกปิดเดือนพฤศจิกายนด้วยความตึงเครียด
รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้ฉายภาพรวมตลาดการเงินโลกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กลับมาปะทุอีกครั้ง รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการประชุมเดือนธันวาคม
Bloomberg: วิเคราะห์สัญญาณเฟดและผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้
Bloomberg รายงานว่า ตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ ได้รับแรงกดดันอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากการแสดงความเห็นของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ที่ได้ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ซึ่งเดิมทีตลาดเคยมองว่ามีความเป็นไปได้สูง การส่งสัญญาณ “เหยี่ยว” (Hawkish) ดังกล่าว ได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yields) โดยเฉพาะรุ่นอายุ 2-7 ปี พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้นักลงทุนกลับมาประเมินความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่า แม้ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดที่ประกาศเมื่อเดือนตุลาคมจะออกมา “อ่อนตัว” กว่าที่คาดการณ์ แต่ความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านราคาจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เกิดจากมาตรการภาษีใหม่ยังคงเป็นปัจจัยที่ Fed ต้องพิจารณาอย่างใกล้ชิด
Reuters: ความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ-จีน จุดชนวนความเสี่ยง
ด้าน Reuters เน้นย้ำถึงประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่สหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการภาษีสูงถึง 93.5% ต่อสินค้านำเข้า “แกรไฟต์” (Graphite) จากจีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การตัดสินใจดังกล่าวได้สร้างความปั่นป่วนอย่างหนักต่อห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ EV ทั่วโลก และทำให้ต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดเพิ่มสูงขึ้น รายงานของ Reuters ประเมินว่า การยกระดับสงครามภาษีในปี 2568 นี้ ไม่เพียงแต่จะรบกวนการค้า แต่ยังผลักดันให้บริษัทข้ามชาติต้องเร่งปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าแก่ผู้บริโภคในท้ายที่สุด
CNBC: ตลาดหุ้นเผชิญความผันผวน นักลงทุนจับตา “ฟองสบู่ AI”
ขณะที่ CNBC มุ่งเน้นไปที่ปฏิกิริยาของตลาดหุ้น โดยเฉพาะวอลล์สตรีท โดยชี้ว่าดัชนีหลักมีการเคลื่อนไหวแบบระมัดระวังในช่วงปลายเดือน แม้ว่าผลประกอบการของกลุ่มธนาคารจะแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา แต่ความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าก็บดบังปัจจัยบวกเหล่านั้น สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ การประเมินมูลค่าหุ้นในตลาดสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายงานได้อ้างถึงนักวิเคราะห์ที่แสดงความเห็นว่า มูลค่าหุ้นที่สูงลิ่วในบางภาคส่วนได้ทำให้นึกถึง “ความเฟื่องฟูของดอทคอม” (dotcom exuberance) ในอดีต ซึ่งเป็นสัญญาณที่ทำให้นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น นอกจากนี้ CNBC ยังรายงานบทสัมภาษณ์ของตัวแทนการค้าสหรัฐฯ ที่กล่าวถึงความจำเป็นในการใช้มาตรการภาษีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความไม่แน่นอนเชิงนโยบายการค้าที่จะยังคงอยู่ไปจนถึงสิ้นปี
สรุปแนวโน้มเดือนธันวาคม: เดือนแห่งการตัดสินใจ
โดยสรุปแล้ว รายงานจากทั้งสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2568 ด้วยความท้าทายที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ระหว่างนโยบายการเงินของ Fed ที่ยังไม่ชัดเจน และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์จากการค้าสหรัฐฯ-จีน นักลงทุนทั่วโลกจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการผันผวนที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในช่วงสิ้นปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ
— จบรายงาน —


















