สรุปข่าวเด่นรอบโลก: อัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

0
99






สรุปข่าวเด่นรอบโลก: อัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters


สรุปข่าวเด่นรอบโลก: อัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของปีจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาด แต่ส่งสัญญาณ “ดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น” ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงเหนียวแน่นกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีปฏิกิริยาที่ผสมผสาน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นหลังกลุ่ม OPEC+ บรรลุข้อตกลงลดกำลังการผลิตเพิ่มเติม ข่าวสารเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยในทันที

Bloomberg: Fed คงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ยในปีหน้า

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าจับตาคือ “Dot Plot” หรือแผนภาพแสดงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่ Fed ซึ่งบ่งชี้ว่าจำนวนครั้งของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 อาจจะน้อยกว่าที่เคยส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้

รายงานระบุว่า แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Fed ไม่รีบร้อนในการปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งมุมมอง “Higher for Longer” หรือการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นระยะเวลานานขึ้นนี้ ได้ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Treasury Yield) ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงินทั่วโลก

CNBC: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวน น้ำมันดิบพุ่งรับข้อตกลง OPEC+

ด้าน CNBC รายงานถึงปฏิกิริยาของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ค่อนข้างผันผวนหลังจากการแถลงของ Fed โดยดัชนี Nasdaq ที่มีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหลักปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการคงดอกเบี้ยในระดับสูงจะกระทบต่อการเติบโตของบริษัทที่พึ่งพาเงินทุนสูง

ในทางกลับกัน ดัชนี S&P 500 และ Dow Jones สามารถยืนในแดนบวกได้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ CNBC ชี้ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับสำคัญอีกครั้ง หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) บรรลุข้อตกลงที่จะขยายและเพิ่มการลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจ เพื่อพยุงราคาในตลาดโลก

นักวิเคราะห์ของ CNBC ประเมินว่า การที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นนี้ อาจจะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ภารกิจการควบคุมเงินเฟ้อของธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลกมีความซับซ้อนและยากลำบากยิ่งขึ้นในปีหน้า

Reuters: ค่าเงินบาทอ่อนค่า ตลาดหุ้นไทยซึมซับข่าว Fed และราคาน้ำมัน

สำหรับผลกระทบในภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ค่าเงินสกุลหลักในเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึง “เงินบาท” ของไทยก็อ่อนค่าลงเล็กน้อย เนื่องจากนโยบายของ Fed ที่ยังคงเข้มงวด ทำให้เงินทุนไหลกลับไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงในสหรัฐฯ

Reuters วิเคราะห์ว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) เคลื่อนไหวในกรอบแคบและมีแรงขายทำกำไรในบางกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทยกลับได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นตามรายงานของ CNBC ทำให้เกิดแรงซื้อเข้ามาพยุงดัชนีโดยรวมไว้ได้

นอกจากนี้ Reuters ยังเน้นย้ำว่า นักลงทุนในภูมิภาคกำลังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจภายในประเทศของแต่ละประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยในช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการประชุมครั้งถัดไป

บทสรุปและแนวโน้ม

โดยสรุป การอัปเดตข่าวสารจากสามสำนักข่าวใหญ่ Bloomberg, CNBC, และ Reuters ชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกยังคงอยู่ในช่วงของการปรับตัวเข้ากับภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง การคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน และการไหลออกของเงินทุนจากตลาดเกิดใหม่ ล้วนเป็นปัจจัยที่นักลงทุนไทยและผู้ประกอบการต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วงส่งท้ายปี เพื่อเตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2569.