News update from Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกฟื้นตัวรับข่าวดีสหรัฐฯ หุ้นเทคโนโลยีกลับมาผงาด
วันที่ 3 ธันวาคม 2568
กรุงเทพฯ – สำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters รายงานตรงกันถึงบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยมีปัจจัยหลักมาจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐฯ ภายหลังความคืบหน้าในการตกลงเรื่องงบประมาณและการสิ้นสุดภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น และเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างตลาดโลกกับตลาดสหรัฐฯ ที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ปัจจัยบวกจากวอชิงตัน: ความหวังในการจัดการงบประมาณ
รายงานข่าวระบุว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกเปิดซื้อขายในแดนบวก หลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ มีความเคลื่อนไหวเพื่อยุติภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาล โดยความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงด้านการจัดหาเงินทุนนี้ ได้จุดประกายความหวังและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน การที่ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองของสหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นสำคัญๆ ของโลกดีดตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญมีการแกว่งตัวในแดนบวกในช่วงเช้าของการซื้อขาย
ในทางตรงกันข้าม ตลาดพันธบัตร (Bonds) กลับปรับตัวลดลง ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (Treasury Yields) ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นและกล้าที่จะรับความเสี่ยงมากขึ้น โดยคาดหวังว่าข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งถูกชะลอการเปิดเผยไปในช่วงชัตดาวน์ จะเริ่มทยอยออกมาในไม่ช้า และอาจเป็นข้อมูลที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
หุ้นเทคโนโลยีและการฟื้นตัวของ AI
อีกหนึ่งจุดที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการฟื้นตัวของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประสบกับความผันผวนจากความกังวลเรื่องมูลค่าที่สูงเกินไป รายงานจาก CNBC ชี้ว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนกำลังจับตาดูผลประกอบการของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านชิป AI โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการที่แข็งแกร่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดเทคโนโลยีให้เติบโตต่อไป
นอกจากนี้ ตลาดสกุลเงินดิจิทัลก็มีการเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดย Bitcoin ได้ดีดตัวกลับมาอย่างรวดเร็วหลังจากการปรับฐานครั้งใหญ่ ซึ่งช่วยหนุนให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและคริปโตเคอร์เรนซีปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม Bloomberg ได้รายงานว่านักลงทุนรายย่อยในตลาดคริปโตบางส่วนได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากกองทุน ETF ที่ใช้กลยุทธ์เฉพาะทางบางตัวมีมูลค่าลดลงกว่าร้อยละ 80
ตลาดโลกผูกติดกับสหรัฐฯ มากกว่าเดิม
Reuters เน้นย้ำว่า ปัจจุบันตลาดการเงินทั่วโลกมีความสัมพันธ์ (correlated) กับตลาดสหรัฐฯ มากกว่าที่เคยเป็นมา นั่นหมายความว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีหลักในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น S&P 500, Dow Jones, หรือ Nasdaq มีอิทธิพลต่อทิศทางของตลาดหุ้นในเอเชียและยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดอารมณ์ของนักลงทุนทั่วโลก
โดยสรุป รายงานข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters สะท้อนภาพรวมของตลาดการเงินที่กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความเชื่อมั่นและการฟื้นตัว โดยมีแรงหนุนจากการคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐฯ และการกลับมาผงาดของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี โดยนักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับการจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่จะทยอยเปิดเผยออกมา ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเงินและเศรษฐกิจในระยะต่อไป
แหล่งที่มา: Bloomberg, CNBC, Reuters
อ้างอิง:



















