News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
73

รายงานพิเศษ: อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

ตลาดเอเชียผันผวนหนัก! จับตาสัญญาณ ‘เฟด’ กับเดิมพัน ‘ลดดอกเบี้ย’ หรือ ‘คงยาว’

โดย กองบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจการเงิน

กรุงเทพฯ – วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569

(บทสรุปข่าว)

สถานการณ์ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรง โดยมีปัจจัยหลักมาจากความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวที่สวนทางกันของตลาดหุ้นเอเชียในช่วงที่ผ่านมา โดยตลาดจะปรับขึ้นอย่างคึกคักเมื่อมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการลดอัตราดอกเบี้ย และปรับลงอย่างรวดเร็วเมื่อความกังวลเรื่อง ‘คงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน’ (Higher for Longer) กลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง

(แรงหนุนจากความคาดหวังการลดดอกเบี้ย)

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชียได้แรงหนุนสำคัญจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งทำให้เกิดการเดิมพันครั้งใหม่ว่า Fed อาจตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่ส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้า Reuters รายงานว่า ดัชนีหุ้นในหลายประเทศเอเชียปรับตัวขึ้นตามทิศทางของวอลล์สตรีท เนื่องจากตัวเลขผู้บริโภคและตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลงได้เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ย นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ให้ความเห็นผ่าน Bloomberg ว่า การที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ แสดงสัญญาณของการชะลอตัวลง เป็น “หลักฐานเพิ่มเติม” ที่จะผลักดันให้ Fed มีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อกระแสเงินทุนที่จะไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย

(สัญญาณเตือนจากความกังวล ‘คงยาว’)

อย่างไรก็ตาม ความคึกคักดังกล่าวก็เป็นไปอย่างเปราะบาง เมื่อความสงสัยเกี่ยวกับช่วงเวลาและความเร็วในการลดดอกเบี้ยของ Fed กลับมาครอบงำตลาดอีกครั้ง CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงตามทิศทางของตลาดสหรัฐฯ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed ออกมาเตือนว่า พวกเขาจะ “ค่อย ๆ ผ่อนคลาย” การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีที่จะถึงนี้ และยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมอัตราเงินเฟ้อเป็นอันดับแรก ความไม่แน่นอนนี้ทำให้นักลงทุนกลับมาประเมินความเสี่ยงใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงเกินจริง Bloomberg ยังได้อ้างคำกล่าวของนักวิเคราะห์การเงินที่ระบุว่า นักลงทุนกำลังกังวลกับสถานการณ์ ‘Higher for Longer’ ซึ่งหมายถึงการที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกตรึงไว้ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในตอนแรก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทและเศรษฐกิจโดยรวม

(ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดเกิดใหม่)

สำหรับตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ความผันผวนของนโยบาย Fed ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของค่าเงินและตลาดทุน รายงานของนักวิเคราะห์จากสถาบันที่ปรึกษาด้านการลงทุนระดับโลกที่ถูกอ้างถึงในหลายสำนักข่าวชี้ว่า ความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่างสหรัฐฯ และเอเชีย (Monetary Policy Divergence) กำลังสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินท้องถิ่น หาก Fed คงอัตราดอกเบี้ยสูงต่อไป เงินทุนจะยังคงไหลออกจากตลาดเอเชียไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินบาทและสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาคอ่อนค่าลง และเป็นแรงกดดันให้ธนาคารกลางในเอเชียต้องพิจารณานโยบายการเงินของตนอย่างรอบคอบเพื่อรักษาเสถียรภาพ

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า แม้จะมีปัจจัยกดดันจากภายนอก แต่พื้นฐานทางเศรษฐกิจของหลายประเทศในเอเชียยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและการเติบโตของการส่งออกในบางภาคส่วน อย่างไรก็ตาม ตลาดจะยังคงเคลื่อนไหวตามข่าวและถ้อยแถลงของประธาน Fed และคณะกรรมการอย่างใกล้ชิด

(บทสรุปและแนวโน้ม)

โดยสรุปแล้ว รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters สะท้อนภาพเดียวกันคือ ตลาดการเงินโลกยังคงอยู่ในช่วงของการ “รอความชัดเจน” (Waiting for Clarity) จาก Fed การเดิมพันว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อใดและเร็วแค่ไหนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดเอเชีย ซึ่งส่งผลให้ความผันผวนของสินทรัพย์ทางการเงินยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป จนกว่าจะมีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชัดเจนเพียงพอ หรือมีการส่งสัญญาณนโยบายที่หนักแน่นจากคณะกรรมการ Fed ที่จะสามารถคลี่คลายความตึงเครียดในตลาดการเงินโลกได้

อ้างอิงข้อมูลจากรายงานข่าวและบทวิเคราะห์ของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters