News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
79






News update from Bloomberg, CNBC, Reuters


News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้เผยแพร่ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ และปฏิกิริยาของตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะการที่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) มีผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่าตลาดพัฒนาแล้วในช่วงต้นปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความผันผวนและนโยบายการเงินที่เริ่มผ่อนคลายลงอย่างไม่สม่ำเสมอ.

Bloomberg: ตลาดโลกตอบรับเชิงบวก แม้ Fed คงดอกเบี้ย

Bloomberg รายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมกราคม 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเล็กน้อย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่คาดหวังว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับปานกลาง. การตัดสินใจของ Fed ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามการคาดการณ์ของตลาด ได้ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง แต่ก็เปิดประตูสำหรับการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในภายหลังของปี.

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) แสดงผลงานที่เหนือกว่าตลาดพัฒนาแล้วอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากการไหลเข้าของเงินทุนที่มองหาโอกาสในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น และการคาดการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและละตินอเมริกา. อย่างไรก็ตาม รายงานยังเตือนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของ Fed และข้อมูลเศรษฐกิจที่อาจพลิกผัน.

CNBC: เศรษฐกิจสหรัฐฯ “แข็งแกร่ง” แต่การลดดอกเบี้ยยังไม่มาเร็วๆ นี้

CNBC ได้เน้นย้ำถึงคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ที่ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่งตลอดปีที่ผ่านมา และเข้าสู่ปี 2569 ด้วยรากฐานที่มั่นคง. ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคงและสูงขึ้นสำหรับปี 2569 โดยตลาดแรงงานมีการปรับตัวดีขึ้นและการเติบโตยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา.

รายงานของ CNBC ระบุว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในตลาดมองว่าโอกาสที่ Fed จะเลือกปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคมนั้นอยู่ในระดับต่ำมาก. แม้ว่านักยุทธศาสตร์บางรายยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในปี 2569 แต่ในระยะสั้น Fed จะยังคงใช้ความระมัดระวังในการเปลี่ยนแปลงนโยบาย เพื่อให้แน่ใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายที่ 2% อย่างยั่งยืน.

Reuters: ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและนโยบายที่แตกต่างกัน

Reuters ได้ให้มุมมองที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค โดยระบุว่าโลกกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ลดลงและการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป. อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายนี้มีความไม่สม่ำเสมอและมีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างประเทศต่างๆ (policy divergence) ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง.

สำหรับนักลงทุน Reuters ชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้น ตราสารหนี้ และสินค้าโภคภัณฑ์ได้ซึมซับแรงกระแทกหลายอย่างในปี 2568 และคำถามสำคัญสำหรับปี 2569 คือสินทรัพย์เหล่านี้จะยังคงแสดงความยืดหยุ่นได้เหมือนเดิมหรือไม่. การที่ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังร่างแผนรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ก็เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าปีนี้จะเป็นอีกปีที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน.

ผลกระทบต่อตลาดไทยและภูมิภาคเอเชีย

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Markets) ที่รายงานของ Bloomberg ระบุว่ามีผลงานที่โดดเด่นนั้น ตลาดทุนของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงได้รับอานิสงส์เชิงบวก. การที่เงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่มากขึ้น อาจส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ได้รับแรงหนุน และค่าเงินบาทอาจมีเสถียรภาพหรือแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง.

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าความผันผวนจากความไม่แน่นอนของนโยบาย Fed ในระยะกลาง และความเสี่ยงจากเศรษฐกิจภายในประเทศของไทยเองยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง. การติดตามรายงานข่าวและข้อมูลเศรษฐกิจจากสำนักข่าวระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters อย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการในการวางแผนรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2569.

— จบรายงาน —