อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตาการเปลี่ยนแปลงนโยบายธนาคารกลาง ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่หลากหลายและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกยังคงเต็มไปด้วยพลวัตและความไม่แน่นอนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยสำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงแนวโน้มตลาดหุ้นในภูมิภาคต่างๆ และบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
นโยบายธนาคารกลางและความท้าทายด้านเงินเฟ้อ
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5%-3.75% ในการประชุมเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นการหยุดวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แม้ข้อมูลจะแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ของสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ที่ 2.4% ในเดือนมกราคม แต่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ยังคงชะลอตัวลงช้ากว่าที่คาด และความคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะ 5 ปียังคงอยู่ในระดับสูงในอดีต ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Fed มีโอกาสน้อยที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคมนี้ แม้ว่านักกลยุทธ์บางรายยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดหนึ่งครั้งในปี 2569
ในภาพรวม เงินเฟ้อพื้นฐานทั่วโลกทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 3% นับตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะทรงตัวที่ 2.8% ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเงินเฟ้อมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นในสหรัฐฯ โดยมี Core CPI อยู่ที่ 3.2% และชะลอตัวลงในยุโรป โดยมี Core CPI ในยูโรโซนอยู่ที่ 1.9% และสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 2.4%
สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีมติ 4 ต่อ 2 เสียงให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี ในการประชุมเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและบรรเทาภาระทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ SMEs และครัวเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจยังคงขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและมีความเสี่ยงด้านต่ำต่ออัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ราคาน้ำมันดิบทั้ง WTI และ Brent ได้รับผลกระทบจากความผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยมี “ค่าพรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์” เพิ่มขึ้นถึง 4-10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อันเนื่องมาจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีรายงานเกี่ยวกับการเจรจาด้านนิวเคลียร์ที่เจนีวา แต่ยังคงมีสัญญาณที่หลากหลายเกี่ยวกับความคืบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน ได้สร้างความกังวลให้กับตลาด
อย่างไรก็ตาม J.P. Morgan คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบ Brent โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2569 โดยอ้างอิงจากปัจจัยพื้นฐานด้านอุปทานและอุปสงค์ที่อ่อนตัวลง และมองว่าไม่น่าจะเกิดการหยุดชะงักของอุปทานที่ยืดเยื้อ แม้จะมีการดำเนินการทางทหารก็ตาม ทั้งนี้ อุปทานน้ำมันทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของอุปสงค์ที่ 850,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอุปทานส่วนเกินได้
ตลาดหุ้นทั่วโลกและบทบาทของ AI
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีผลงานที่หลากหลาย โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงกดดันจากการขายทำกำไร แม้ว่าบริษัท AI ยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia จะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด
ในขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียแสดงผลงานที่แตกต่างกันไป ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและฮั่งเส็งปิดบวก ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นวันที่สาม ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปรับตัวลดลงจากการเทขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่น่าสนใจคือ ตลาดหุ้นไทย (SET Index) กลับพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนกุมภาพันธ์ โดยเพิ่มขึ้นถึง 10.11% หรือ 134 จุด ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นที่โดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลักทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกัน โดยมีแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลจากกระแส De-Dollarization, ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง และตลาดหุ้นไทยที่อยู่ในโซน “กำลังปรับตัวดีขึ้น”
นอกจากนี้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก โดยมีรายงานจาก CNBC ระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังลงทุนมหาศาลในระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์
สรุป
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะ Fed และ ธปท. จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดการเงิน ควบคู่ไปกับความผันผวนของราคาน้ำมันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเติบโตของภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI นักลงทุนและผู้ประกอบการจึงควรติดตามข่าวสารและประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบเพื่อรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว



















