สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังสร้างความผันผวนอย่างมากต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก ขณะที่มุมมองเศรษฐกิจมหภาคยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และความก้าวหน้าในภาคเทคโนโลยียังคงเป็นหัวข้อข่าวที่น่าสนใจ.
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้น: สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน
สถานการณ์ในตะวันออกกลางได้เข้าสู่จุดตึงเครียดสูงสุด เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่” ในอิหร่านแล้ว โดยมีการโจมตีทางทหารร่วมกับอิสราเอลในหลายพื้นที่ของอิหร่าน. รายงานจากสื่อหลายสำนักระบุว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้เสียชีวิตลงจากการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งนำไปสู่การประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 40 วันในอิหร่าน พร้อมคำมั่นที่จะแก้แค้น.
การโจมตีดังกล่าวได้ขยายวงกว้างออกไป โดยอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธเข้าใส่รัฐอ่าว ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอาคารในดูไบ และสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน. นักวิเคราะห์มองว่า การโจมตีรัฐอ่าวของอิหร่านมีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นว่า พันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคไม่มีใครอยู่นอกระยะโจมตี และเพื่อเพิ่มต้นทุนทางการเมืองของการสนับสนุนวอชิงตัน. อิหร่านยังได้ประกาศกร้าวว่า การโจมตีที่ผ่านมาเป็นเพียง “อาวุธจากก้นคลัง” และพร้อมที่จะนำขีปนาวุธลับที่ทรงพลังที่สุดออกมาใช้ หากสงครามยังคงดำเนินต่อไป.
ผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งนี้คือ ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของเส้นทางจัดส่งพลังงานที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการพลังงานโลก. การค้า LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมดแล้ว และผู้ซื้อในเอเชียซึ่งพึ่งพาก๊าซจากกาตาร์เป็นอย่างมากกำลังเร่งหาแหล่งทดแทน. ความตึงเครียดนี้ยังส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวน และนักวิเคราะห์เตือนถึงผลกระทบเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน. นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีเป้าหมายในการ “เปลี่ยนระบอบการปกครอง” ในอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์. มีรายงานการอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตออกจากอิสราเอล ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้น.
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและนโยบายธนาคารกลาง
ในด้านเศรษฐกิจ รายงานจาก Goldman Sachs Research คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตอย่าง “แข็งแกร่ง” ที่ 2.9% ในปี 2569 โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าจะขยายตัว 2.8%. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ 3.3% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 โดยได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี นโยบายการคลังและการเงินที่ผ่อนคลาย และการปรับตัวของภาคเอกชน. อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในภาคบริการ.
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%-3.75% ในการประชุมวันที่ 17-18 มีนาคมนี้. แม้ตลาดจะมองว่าโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมมีน้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในปี 2569 ซึ่งอาจเริ่มในเดือนมิถุนายน. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในเดือนมีนาคมเช่นกัน หลังจากสิ้นสุดวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว. ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมและมิถุนายน หากแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงดำเนินต่อไป. ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) คาดว่าจะเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นแบบครึ่งปีครั้ง โดยคาดว่าจะถึง 1% ในปีนี้. แม้เงินเฟ้อทั่วโลกจะคาดว่าจะลดลง แต่เงินเฟ้อในสหรัฐฯ คาดว่าจะกลับสู่เป้าหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป.
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและข่าวสารอื่นๆ
ในภาคเทคโนโลยี OpenAI ได้ระดมทุน 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 7.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดย Amazon ได้ลงทุนไป 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ. นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ยุติการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Anthropic PBC หลังจากที่ Anthropic ปฏิเสธข้อเสนอของกระทรวงกลาโหม. SpaceX คาดว่าจะยื่นเอกสารการจดทะเบียน IPO ร่างแรกต่อ ก.ล.ต. ในเดือนมีนาคมนี้.
ข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่ นโยบายการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ยังคงให้ความสำคัญกับมาตรการภาษี โดยมีแผนจะเก็บภาษีนำเข้า 15% หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยไม่เห็นด้วยกับมาตรการ “ภาษีตอบโต้” ก่อนหน้านี้ ซึ่งสร้างความสับสนและอาจกระทบข้อตกลงทางการค้ากับคู่ค้าเดิม. อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ได้ให้การต่อคณะกรรมการของสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับคดีของเจฟฟรีย์ เอพสไตน์ โดยกล่าวว่าเขาไม่ทราบถึงอาชญากรรมดังกล่าว. และ NASA ได้ปรับแผนภารกิจสำรวจดวงจันทร์ Artemis 3 โดยเพิ่มการทดสอบและเลื่อนกำหนดการปล่อยเป็นปี 2570.
สถานการณ์ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters สะท้อนให้เห็นถึงโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนระอุ เศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง.


















