News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
40

ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ตลาดโลกเผชิญความผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ตลาดหุ้นเอเชียแกว่งตัว และเทคโนโลยี AI ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ

สถานการณ์โลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่เศรษฐกิจมหภาคยังคงส่งสัญญาณที่หลากหลาย และภาคเทคโนโลยีกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งจากนวัตกรรม AI และความท้าทายในตลาดสมาร์ทโฟน รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รวบรวมประเด็นสำคัญเหล่านี้ไว้ให้ติดตามอย่างใกล้ชิด

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุ: สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน – ราคาพลังงานผันผวน

ประเด็นร้อนแรงที่สุดในช่วงนี้คือสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ยืนยันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่าน โดยมีเป้าหมายทำลายขีปนาวุธและกองทัพเรือของอิหร่าน การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการลอบสังหารอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ 27 แห่งในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ดังกล่าวได้นำไปสู่การประท้วงรุนแรงในหลายพื้นที่ รวมถึงในปากีสถานที่มีรายงานการเผาทำลายอาคารสำนักงานสหประชาชาติ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้เตือนอิหร่านว่าหากมีการตอบโต้เพิ่มเติม สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วย “กำลังที่ไม่เคยมีมาก่อน” ในขณะที่สหภาพยุโรปมองว่าการเสียชีวิตของคาเมเนอีเป็น “ช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของอิหร่าน” ซึ่งอาจนำไปสู่ “เส้นทางที่เปิดกว้างสำหรับอิหร่านที่แตกต่างออกไป” ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนอย่างหนัก โดยราคาน้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 64.63-64.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 70.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ กระทรวงพาณิชย์ของไทยกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากกังวลถึงผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก ค่าระวางเรือ เส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจไทย

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก: อัตราดอกเบี้ยและตลาดหุ้นที่หลากหลาย

ในด้านเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อเดือนมกราคม 2569 หลังจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งบ่งชี้ว่า Fed อาจยังไม่มีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับนี้ต่อไปในการประชุมเดือนมีนาคม

ตรงกันข้ามกับธนาคารกลางสหรัฐฯ นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะแตะเป้าหมาย 2% ในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2569-2570 BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี

ตลาดหุ้นเอเชียในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์มีทิศทางที่ผสมผสาน โดยส่วนใหญ่เปิดตลาดปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ตามการร่วงลงของดัชนี Nasdaq จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น ตลาดหุ้นเอเชียบางแห่งได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Nvidia ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI

นอกจากนี้ ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกนโยบายภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งผลให้อินโดนีเซียเปิดเผยว่าอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของตนไปยังสหรัฐฯ จะลดลงเหลือ 15% จากที่เคยตกลงไว้ 19% ในขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพิ่มขึ้น สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และรายได้

ภาคเทคโนโลยี: AI ยังคงเป็นจุดสนใจ แต่ตลาดสมาร์ทโฟนเผชิญวิกฤต

ในภาคเทคโนโลยี Nvidia ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญ โดยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับข้อผูกพัน 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของ Nvidia กับ OpenAI และการที่ OpenAI ได้ลดเป้าหมายการใช้จ่ายจาก 1.4 ล้านล้านดอลลาร์เหลือ 6 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 Nvidia ยังคงเดินหน้าพัฒนา โดยมีแผนจะเปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ (Rubin) ในปี 2569

ด้านบริษัท SpaceX ของ Elon Musk มีรายงานจาก Bloomberg ว่ากำลังเตรียมยื่นเอกสารลับสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนมีนาคม 2569 และอาจมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นการ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ในทางกลับกัน ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ โดยคาดการณ์ว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2569 จะลดลงถึง 12.9% เหลือ 1.12 พันล้านเครื่อง เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำ ซึ่งจะเป็นการลดลงที่มากที่สุดและต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี นอกจากนี้ ประสิทธิภาพของ AI ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งประกาศปลดพนักงาน โดยมีการประกาศปลดพนักงานกว่า 100,000 ตำแหน่งในช่วงที่ผ่านมา

โดยสรุป สถานการณ์โลกยังคงมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุนและผู้ที่สนใจในเศรษฐกิจโลก