News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
38

สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตะวันออกกลางระอุ ตลาดพลังงานปั่นป่วน เทคโนโลยีขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters เผยให้เห็นถึงภูมิทัศน์โลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง และความเคลื่อนไหวสำคัญในภาคเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่น่าจับตา

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง: การโจมตีอิหร่านและการตอบโต้

ข่าวใหญ่ที่สุดที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางคือการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนความตึงเครียดในภูมิภาคอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานการโจมตีทางอากาศและทางทะเลในกรุงเตหะรานและพื้นที่อื่นๆ ของอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในอิหร่าน โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัดภัยคุกคามจากระบอบการปกครองของอิหร่าน

หลังการโจมตีครั้งแรก อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลูกเข้าใส่ฐานทัพสหรัฐฯ และเมืองต่างๆ ในอิสราเอลและประเทศอาหรับที่เป็นพันธมิตรกับวอชิงตัน เสียงระเบิดดังขึ้นในกรุงดูไบและโดฮา และเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นซ้ำๆ ทั่วอิสราเอล เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เที่ยวบินในตะวันออกกลางจำนวนมากถูกยกเลิก และมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล

ผลกระทบที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งจากความขัดแย้งนี้คือการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดในตลาดพลังงาน มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญของโลก คิดเป็นหนึ่งในห้าของตลาดโลก นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจทะลุ 100 ดอลลาร์หากความขัดแย้งบานปลาย กลุ่ม OPEC+ กำลังพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทาน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าผลกระทบจากการเพิ่มกำลังการผลิตอาจมีจำกัด เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ในกลุ่ม OPEC+ มีกำลังการผลิตสำรองน้อย

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ อิหร่านมีบทบาทสำคัญในความสัมพันธ์กับรัสเซียและเป็นหนึ่งในผู้จัดหาพลังงานหลักให้กับจีน การโจมตีอิหร่านอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่ออำนาจนำระดับโลกระหว่างวอชิงตันและปักกิ่ง เกาหลีเหนือได้ออกมาประณามการโจมตีอิหร่านว่าเป็น “การรุกรานที่ผิดกฎหมาย” ขณะที่จีนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที

ความเคลื่อนไหวในภาคเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก

ในอีกด้านหนึ่ง โลกของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจยังคงมีการพัฒนาที่น่าสนใจ Bloomberg รายงานว่า SpaceX ของ Elon Musk กำลังเตรียมยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) แบบเป็นความลับ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในเดือนมีนาคมนี้ โดยคาดว่าบริษัทจะมีมูลค่ามากกว่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นหนึ่งในการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ OpenAI บริษัทปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำ ได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวน 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรอบการระดมทุนล่าสุด โดยมีนักลงทุนรายใหญ่ เช่น Amazon, Nvidia และ SoftBank เข้าร่วมด้วย การลงทุนนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตื่นเต้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลก Goldman Sachs Research คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของโลกจะเพิ่มขึ้น 2.9% ในปี 2026 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 2.7% โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าจะขยายตัว 2.8% โดยได้แรงหนุนจากการลดผลกระทบของภาษีและมาตรการลดภาษีธุรกิจและบุคคล นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงและตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง ซึ่งอาจเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดอัตราดอกเบี้ยได้อีก 3 ครั้งในปีนี้

ในส่วนของนโยบายการค้า ศาลฎีกาของสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจฉุกเฉินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเรียกเก็บภาษีส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามมากมายเกี่ยวกับกระบวนการคืนเงินภาษีที่เก็บไปแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเป็นกระบวนการที่ยืดเยื้อและซับซ้อน

ด้าน CNBC มีการปรับโครงสร้างห้องข่าวเพื่อรวมการดำเนินงานของโทรทัศน์และดิจิทัลเข้าด้วยกัน ซึ่งจะนำไปสู่การเลิกจ้างพนักงานบางส่วนและเตรียมเปิดตัวระบบสมาชิกแบบชำระเงินสำหรับเว็บไซต์

บทสรุป

ปี 2026 เริ่มต้นขึ้นด้วยความผันผวนอย่างเห็นได้ชัดในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงานและเสถียรภาพของโลก ในขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในบางภาคส่วนยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญ การจับตาดูพัฒนาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก