News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
39

อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกเผชิญความผันผวน ท่ามกลางยุค AI, นโยบายการเงินที่แตกต่าง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความผันผวนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยสำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่าง ๆ ไปจนถึงการปฏิวัติเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจโลก รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงคุกรุ่น

ภาวะเศรษฐกิจโลก: เงินเฟ้อคงอยู่ และนโยบายธนาคารกลางที่แตกต่าง

ประเด็นหลักที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงคือเรื่องอัตราเงินเฟ้อ. แม้จะมีสัญญาณของการชะลอตัวลงบ้าง แต่เงินเฟ้อยังคงเป็นข้อกังวลหลักสำหรับผู้กำหนดนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ที่ลดลงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้. Bloomberg ชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานทั่วโลกทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 3% ตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะอยู่ที่ 2.8% ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเงินเฟ้อมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นในสหรัฐฯ ขณะที่ชะลอตัวลงในยุโรป.

ความคงทนของราคาพื้นฐานนี้กำลังทำให้เส้นทางของธนาคารกลางทั่วโลกซับซ้อนยิ่งขึ้น. นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมเดือนมีนาคมนี้ หลังจากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเดือนมกราคม และบางส่วนมองว่าอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ 3% ในปีหน้า. ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ โดยมองว่านโยบายการเงินอยู่ใน “ตำแหน่งที่ดี” และได้สิ้นสุดวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว. สำหรับธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ก็ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แม้จะมีกรรมการบางท่านลงคะแนนให้ลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม. โดยรวมแล้ว ธนาคารกลางส่วนใหญ่กำลังพยายามรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ.

ในภาพรวมเศรษฐกิจโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ 3.3% ในปี 2569 ขณะที่ Goldman Sachs คาดการณ์การเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าที่ 2.8%. เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแสดงความยืดหยุ่นที่น่าทึ่ง แม้ตัวเลขการว่างงานรายสัปดาห์จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ตลาดแรงงานโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง.

การปฏิวัติ AI: โอกาสและความเสี่ยง

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก. Bloomberg รายงานว่าดัชนีหลักของสหรัฐฯ อย่าง Dow Jones ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพุ่งทะลุระดับ 50,000 จุดเป็นครั้งแรก ท่ามกลางกระแสการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI. อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับ ‘ฟองสบู่ AI’ ก็เริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่งประกาศตัวเลขค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CAPEX) ที่สูงเกินคาด เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี. CNBC ได้เน้นย้ำถึงความผันผวนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการเทขายครั้งใหญ่ในวันเดียวคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี.

ความสำคัญของอุตสาหกรรมชิปและประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด. รายงานจากรอยเตอร์สชี้ว่า ไต้หวันผลิตชิปขั้นสูงราว 90-97% ของโลก. หากเกิดวิกฤตหรือการปิดล้อมไต้หวัน อาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ โดยผลผลิตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อาจลดลงถึง 11% ซึ่งรุนแรงเป็นสองเท่าของภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2008. สหรัฐฯ กำลังดำเนินกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน ทั้งการอุดหนุนและการใช้ภาษี เพื่อดึงการผลิตชิปกลับประเทศ. นอกจากนี้ บริษัท AMD ยังบรรลุข้อตกลงในการจัดหาชิป AI มูลค่าสูงถึง 60 พันล้านดอลลาร์ให้กับ Meta Platforms ในอีกห้าปีข้างหน้า ซึ่งรวมถึงสิทธิ์ในการซื้อหุ้น AMD ได้มากถึง 10%.

นโยบายการค้าและความตึงเครียดระหว่างประเทศ

นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความไม่แน่นอนในตลาดโลก. แม้ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ แต่ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง.

ในส่วนของหนี้โลก ยอดหนี้ทั่วโลกพุ่งทำสถิติใหม่ที่ 348 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 โดยรัฐบาลทั่วโลกกลายเป็น “ผู้ก่อหนี้หลัก” แทนภาคเอกชน หลังสหรัฐฯ จีน และยุโรปเดินหน้าขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องเพื่อรองรับความมั่นคง เทคโนโลยี และการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์.

ข่าวสารองค์กรและภูมิภาคที่น่าสนใจ

  • CNBC ปรับโครงสร้างองค์กร: CNBC กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างห้องข่าวครั้งสำคัญ โดยจะรวมการดำเนินงานด้านโทรทัศน์และดิจิทัลเข้าด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลให้มีการลดพนักงานประมาณหนึ่งโหล แต่ก็มีแผนจะเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ 40 ตำแหน่งในปีหน้า และเตรียมเปิดตัวระบบสมาชิกแบบเสียเงินสำหรับเว็บไซต์.
  • ยอดขายรถยนต์ Tata Motors: Tata Motors Passenger Vehicles รายงานยอดขายรวมในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 63,331 คัน.
  • เศรษฐกิจแอฟริกาใต้: มีความหวังเชิงบวกสำหรับงบประมาณปี 2569 ของแอฟริกาใต้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและแรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์.
  • การท่องเที่ยวเกาหลีใต้: รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศมาตรการผ่อนปรนข้อจำกัดด้านวีซ่าและขยายจุดเข้าประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ.

โดยสรุป ตลาดโลกในปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ด้วยปัจจัยขับเคลื่อนหลายด้านที่ทั้งให้โอกาสและความท้าทาย ตั้งแต่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI ไปจนถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินและการค้า รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง.