อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาค
สถานการณ์ข่าวทั่วโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นในหลายภูมิภาค และสัญญาณทางเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก สำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานประเด็นสำคัญที่น่าจับตา ซึ่งส่งผลกระทบต่อนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายอย่างใกล้ชิด
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อตลาดพลังงาน
ภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้งจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น รายงานจาก Reuters ระบุว่า อัฟกานิสถานได้ยิงตอบโต้เครื่องบินรบของปากีสถานเหนือน่านฟ้ากรุงคาบูล ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดในภูมิภาค ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ได้ปะทุขึ้นหลังจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งทำให้จีนออกมาประณามและเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที พร้อมเตือนให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง
ผลจากความขัดแย้งนี้ อิหร่านได้ส่งสัญญาณอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นถึง 10% แตะระดับประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายนอกตลาด และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาอาจทะยานแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากมีการปิดช่องแคบจริง บริษัทพลังงานและเจ้าของเรือจำนวนมากได้ระงับการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งคิดเป็นกว่า 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก ในขณะเดียวกัน กลุ่ม OPEC+ ได้เห็นชอบให้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพียงเล็กน้อยที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งคิดเป็นไม่ถึง 0.2% ของอุปสงค์น้ำมันโลก
นโยบายการค้าและการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจโลก
ด้านนโยบายการค้าโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธอำนาจฉุกเฉินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการกำหนดภาษี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยังคงเดินหน้าใช้นโยบายการค้าเชิงรุก โดยประกาศภาษีนำเข้าทั่วโลกอัตรา 15% ซึ่งสร้างความกังวลให้กับคู่ค้าสำคัญอย่างสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรปได้เสนอขยายมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ครอบคลุมท่าเรือในประเทศที่สามและสถาบันการเงินเพิ่มเติม และเริ่มบังคับใช้ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับกลุ่มประเทศตลาดร่วมอเมริกาใต้ (Mercosur) เป็นการชั่วคราว แม้จะมีการคัดค้านจากฝรั่งเศส
สำหรับเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย อินเดียและอิสราเอลได้เริ่มการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีรอบแรก ขณะที่เกาหลีใต้ได้ผ่อนปรนข้อจำกัดด้านวีซ่าและขยายจุดเข้าประเทศเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนจีน สมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีน (CAAM) รายงานยอดขายรถยนต์เดือนมกราคม 2569 ลดลง 19.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่การส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีน (PBoC) ยังได้ส่งเสริมการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินหยวน
ตลาดการเงินและแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนี Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ต่างปรับลดลง หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมกราคมออกมาสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อภาคธุรกิจ ดัชนี Nasdaq มีผลงานรายเดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว ในขณะที่ Bitcoin กำลังมุ่งหน้าสู่การลดลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 โดยลดลงประมาณ 24% ในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม สกุลเงินเอเชียแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน หลังเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อกว่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่ยูเครน โดยจะมีการเบิกจ่ายทันทีประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับเศรษฐกิจไทย ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าการเติบโตจะชะลอตัวลงเหลือ 1.6% ในปี 2569 จากภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง สอดคล้องกับรายงานของ IMF ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงมาอยู่ที่ 1.6% ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.0% เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้ครัวเรือนและ SME และธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้ออกมาตรการจำกัดวงเงินการซื้อขายทองคำออนไลน์ด้วยเงินบาทไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อครั้งต่อแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้ ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกยังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ โดย International Data Corporation (IDC) คาดการณ์ว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะลดลง 12.9% ในปี 2569 เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำ ซึ่งจะเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี

















