สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตะวันออกกลางระอุ ตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดัน
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์ข่าวสารจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 เผยให้เห็นภาพรวมของโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานและตลาดการเงินทั่วโลก นอกจากนี้ นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง และการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ตะวันออกกลางวิกฤต: ราคาน้ำมันพุ่งสูง
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี การโจมตีดังกล่าวได้กระตุ้นให้เกิดการตอบโต้จากอิหร่าน ซึ่งได้พุ่งเป้าโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในหลายประเทศทั่วตะวันออกกลาง สถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้ได้สร้างความกังวลอย่างหนักต่อตลาดพลังงาน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 10% แตะระดับประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายนอกตลาด และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาอาจทะยานแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือสูงกว่านั้น หากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกถูกปิด แหล่งข่าวการค้ารายงานว่า เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันและบริษัทพลังงานหลายแห่งได้ระงับการขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ DP World ยังได้ระงับการดำเนินงานที่ท่าเรือ Jebel Ali ในดูไบ ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญในภูมิภาค ด้านเกาหลีเหนือได้ออกมาประณามการโจมตีของอิสราเอลและปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านว่าเป็น “การรุกรานที่ผิดกฎหมาย”
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วง นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญกับแรงเทขายอย่างรุนแรง โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average ร่วงลงกว่า 521 จุด หรือ 1.05% ในขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq Composite ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน การปรับตัวลดลงครั้งนี้เป็นผลมาจากตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมกราคมที่ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงเหนียวแน่น แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยรายงานการประชุมของ Fed เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น
นโยบายภาษีการค้าสหรัฐฯ สร้างความไม่แน่นอน
ประเด็นนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ยังคงเป็นที่จับตา โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง สหภาพยุโรป (EU) ได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าที่เคยบรรลุกันไว้ และได้ระงับกระบวนการอนุมัติข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อแสวงหาความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการเก็บภาษีของวอชิงตัน ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปกลับเปิดบวกในเช้าวันพุธ หลังความกังวลของตลาดโลกเริ่มคลี่คลายลงจากข่าวที่ว่าสหรัฐฯ จะเก็บภาษี 10% แทนที่จะเป็น 15% ตามที่เคยขู่ไว้ก่อนหน้านี้
เทคโนโลยี AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก มีรายงานว่า SpaceX ของ Elon Musk กำลังเตรียมยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) แบบเป็นความลับ ซึ่งอาจทำให้บริษัทมีมูลค่าสูงกว่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอาจมีการยื่นเอกสารภายในเดือนมีนาคมนี้ นอกจากนี้ OpenAI บริษัทพัฒนา AI ได้ระดมทุนได้ 110 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรอบการระดมทุนล่าสุด โดยมีผู้ลงทุนรายใหญ่อย่าง Amazon, Nvidia และ SoftBank ด้าน Nvidia เองก็รายงานผลประกอบการและแนวโน้มที่แข็งแกร่ง พร้อมแผนงานที่ชัดเจนสำหรับผลิตภัณฑ์ศูนย์ข้อมูล AI การลงทุนใน AI และการหยุดชะงักที่เกิดจาก AI ยังคงเป็นประเด็นหลักที่ Bloomberg ให้ความสำคัญในงาน Invest New York ประจำเดือนมีนาคม 2569
ข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจ
สำนักข่าว Reuters ได้เปิดเผยบทความที่ตีแผ่สภาพของฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกทิ้งร้างในกัมพูชา ซึ่งเผยให้เห็นถึงความโหดร้ายและเป็นระบบของอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ ขณะเดียวกัน CNBC กำลังปรับโครงสร้างห้องข่าว โดยจะรวมการดำเนินงานด้านทีวีและดิจิทัลเข้าด้วยกัน พร้อมเตรียมเปิดตัวระบบสมาชิกแบบเสียเงิน (paywall) สำหรับเว็บไซต์ ซึ่งจะส่งผลให้มีการลดจำนวนพนักงานลงประมาณหนึ่งโหล
ภาพรวมข่าวสารจากสำนักข่าวชั้นนำเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงภูมิทัศน์เศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสที่อาจเกิดขึ้น

















