News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
42

อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: จับตาสถานการณ์โลกผันผวน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการลงทุน AI

กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์โลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน โดยสำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญที่ครอบคลุมทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรง นโยบายเศรษฐกิจของธนาคารกลาง และทิศทางการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อตลาดน้ำมัน

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศในอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่านแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัดภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นจากระบอบการปกครองของอิหร่าน

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ได้ทรงเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้ยุติความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง โดยทรงเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิด “โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่” นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ถูกโจมตีบริเวณนอกชายฝั่งคาบสมุทร Musandam ของโอมาน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งแรกในหรือใกล้โอมาน

เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดน้ำมัน โดยบริษัทน้ำมันรายใหญ่และบริษัทการค้าบางแห่งได้ระงับการขนส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอาจเพิ่มขึ้น 5-10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากฐานปัจจุบันที่ 73 ดอลลาร์ และมีความเสี่ยงที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นถึง 50% หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น นอกจากนี้ บริษัท DP World ยังได้ระงับการดำเนินงานที่ท่าเรือ Jebel Ali ในดูไบ

ทิศทางเศรษฐกิจโลกและนโยบายธนาคารกลาง

เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงและการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่สม่ำเสมอ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% รายงานการประชุมของ Fed เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น

ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ โดยมองว่านโยบายการเงินอยู่ใน “ตำแหน่งที่ดี” และได้สิ้นสุดวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ก็ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ในเดือนกุมภาพันธ์เช่นกัน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ 3.3% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 ขณะที่ Goldman Sachs คาดการณ์การเติบโตที่ 2.8% ในปี 2569 ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และรายได้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงเติบโต 3% ในปี 2569 แม้จะมีความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

นโยบายการค้าสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของภาษี

ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากร “ซึ่งกันและกัน” ที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับวิธีการหรือแม้กระทั่งการคืนเงินภาษีที่เก็บไปแล้วประมาณ 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าจะเป็น “กระบวนการที่ยาวนาน ยุ่งเหยิง ซับซ้อน และมีคดีความจำนวนมาก” ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 แทน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง สหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าที่เคยบรรลุกันไว้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจาก “ความกังวลเรื่องภาษี” เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ในข่าวที่เกี่ยวข้อง จีนได้ระงับภาษีนำเข้าสินค้าคาโนลาและอาหารทะเลบางรายการจากแคนาดา หลังจากการเยือนของนายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์

การลงทุนใน AI และภาคเทคโนโลยี: แรงขับเคลื่อนและจุดเปราะบาง

ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์ OpenAI ได้ระดมทุนได้ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ โดยมี Amazon ลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์, Nvidia 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และ SoftBank 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับบริษัทอย่าง Nvidia และ Oracle Nvidia รายงานผลประกอบการและคาดการณ์ที่แข็งแกร่ง โดยคาดการณ์รายได้ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2570 ที่ 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์ Dell ก็รายงานผลประกอบการและคาดการณ์ที่แข็งแกร่งเช่นกัน โดยคาดว่ารายได้จากเซิร์ฟเวอร์ AI จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2570

อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเกี่ยวกับ “การหยุดชะงักจาก AI” ที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นซอฟต์แวร์ และคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนของการใช้จ่ายด้าน AI และผลตอบแทนจากการลงทุนของลูกค้า Nvidia โดยเฉพาะหลังจาก CoreWeave รายงานผลขาดทุนสุทธิที่สูงกว่าคาด แต่ในทางกลับกัน บริษัท Hyperscalers กลับเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจนจากการลงทุน AI Thomson Reuters ยังได้เปิดเผยว่าเทคโนโลยี AI ระดับมืออาชีพอย่าง CoCounsel ของบริษัท ถูกใช้งานโดยผู้เชี่ยวชาญ 1 ล้านคนใน 107 ประเทศ

ข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

CNBC กำลังปรับโครงสร้างห้องข่าวเพื่อรวมการดำเนินงานด้านโทรทัศน์และดิจิทัล โดยจะมีการเลิกจ้างพนักงานประมาณ 10 กว่าตำแหน่ง และมีแผนจะเปิดระบบ Paywall สำหรับเว็บไซต์ นอกจากนี้ ไต้หวันยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะชิป AI ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ “ความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ” ของสหรัฐฯ หากจีนบุกไต้หวันในปี 2570 อาจเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยสหรัฐฯ กำลังพยายามดึงการผลิตชิปกลับประเทศด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งการอุดหนุน (สมัยไบเดน) และการใช้ภาษี (สมัยทรัมป์)