News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
81

อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้า ‘ผ่อนคลายนโยบาย’ รับมือเศรษฐกิจชะลอ หุ้นโลกผันผวนหนัก

เผยแพร่: 28 พฤศจิกายน 2568

สำนักข่าวทางการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงแนวโน้มที่ชัดเจนของธนาคารกลางหลายประเทศที่เริ่มใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (Accommodative Monetary Policy) อย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ขณะที่ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงเผชิญกับความผันผวนสูง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้

การลดดอกเบี้ยในยุโรปและนิวซีแลนด์: สัญญาณเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ

รายงานจากทั้งสามสำนักข่าวระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการดำเนินการครั้งแรก ๆ หลังจากการเผชิญหน้าด้านภาษีการค้าระหว่างประเทศ. การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามในการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลง และความจำเป็นในการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาห่วงโซ่อุปทาน. นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า การลดอัตราดอกเบี้ยในกลุ่มประเทศหลักเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) การประเมินมูลค่าหุ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก.

ตลาดหุ้นผันผวน: ความกังวลทางเศรษฐกิจและแรงเก็งกำไร

ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะวอลล์สตรีท ประสบกับภาวะราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน. อย่างไรก็ตาม CNBC และ Reuters รายงานว่า ตลาดหุ้นได้กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงปลายเดือน โดยได้แรงหนุนจากความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาทางการเมืองบางประเด็นที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตลาด.

นอกจากนี้ รายงานจาก Reuters ยังเน้นย้ำถึงคำเตือนจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ซึ่งเป็นองค์กรกลางของธนาคารกลางทั่วโลก ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้เลเวอเรจ (Leverage) ของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) ในตลาดพันธบัตรรัฐบาล. ความเสี่ยงนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเปราะบางที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินในภาพรวม หากตลาดเกิดความผันผวนรุนแรง

ท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): นโยบายผ่อนคลายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ในส่วนของประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อพิจารณาการตัดสินใจนโยบายการเงินครั้งที่ 5/2568. รายงานระบุว่า กรรมการบางส่วนยังคงเห็นว่านโยบายการเงินควรมีความผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สภาวะทางการเงินยังคงเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย.

การที่ ธปท. ยังคงรักษาแนวทางที่ผ่อนคลายไว้ สอดคล้องกับแนวโน้มของธนาคารกลางในหลายประเทศที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันในการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการฟื้นตัวที่ล่าช้า นักวิเคราะห์มองว่า การคงนโยบายผ่อนคลายของ ธปท. มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจ

สรุปและทิศทางในอนาคต

โดยสรุป ข้อมูลจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นว่า เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นช่วงเวลาที่ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าสู่โหมดผ่อนคลายนโยบายอย่างจริงจัง เพื่อประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจ. การตัดสินใจของธนาคารกลางหลัก ๆ เช่น ECB และ BOE จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลก ทั้งตลาดหุ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในระยะต่อไป. นักลงทุนจึงต้องจับตาดูการสื่อสารและข้อมูลเศรษฐกิจที่จะออกมาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมของธนาคารกลางสำคัญ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในช่วงถัดไป ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายการเงินและตลาดโลกในช่วงปลายปี 2568 และต้นปี 2569

— รายงานโดยทีมข่าวเศรษฐกิจ, อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters