News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
93

ข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดการเงินโลกพุ่งรับสัญญาณ Fed ลดดอกเบี้ย สวนทางความตึงเครียด BoJ เตรียมขึ้นดอกเบี้ย

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทะยานรับความหวัง Fed ลดดอกเบี้ยเดือนหน้า

สำนักข่าว Bloomberg และ CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยดัชนีหลักอย่าง S&P 500 และ Nasdaq ทะยานขึ้น หลังนักลงทุนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม ความคาดหวังดังกล่าวถูกขับเคลื่อนด้วยสัญญาณทางเศรษฐกิจบางประการที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของแรงกดดันด้านราคา และความเห็นของนักวิเคราะห์หลายรายที่มองว่าวัฏจักรการผ่อนคลายทางการเงินของ Fed กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

ความเชื่อมั่นของตลาดเป็นไปในทิศทางบวก แม้ว่ารายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนจะลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งหนึ่ง เนื่องจากชาวอเมริกันรู้สึกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มทางการเงินส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งถือเป็นตัวกระตุ้นหลักสุดท้ายของตลาดในปีนี้ ในขณะที่ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีพลวัตที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง

BoJ ส่งสัญญาณ “ใกล้” ขึ้นดอกเบี้ย: ความตึงเครียดในเอเชีย

ในทางตรงกันข้าม สถานการณ์ในเอเชียกำลังเผชิญกับความตึงเครียดจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) รายงานจาก Reuters และ CNBC ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ BoJ ส่งสัญญาณว่าธนาคาร “ใกล้” ที่จะตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ BoJ ได้ยุติการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบไปเมื่อเดือนมีนาคม 2567 และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายเป็น 0.25%

แรงผลักดันสำคัญมาจากการที่อัตราเงินเฟ้อราคาผู้บริโภคหลักของญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ซึ่งตอกย้ำความจำเป็นในการปรับนโยบายเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคา ตลาดการเงินทั่วโลกแสดงท่าทีระมัดระวังในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการติดตามการพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (Japanese bond yields) ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ BoJ การเปลี่ยนแปลงนโยบายของ BoJ ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินทุนทั่วโลก รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

ภาพรวมและผลกระทบต่อภูมิภาค

โดยสรุป รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของนโยบายการเงินในสองเขตเศรษฐกิจหลัก: สหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าสู่การผ่อนคลายทางการเงิน ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงของการปรับนโยบายให้เข้มงวดขึ้น

สำหรับนักลงทุนในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน การตัดสินใจของ Fed ในการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมจะส่งผลดีต่อกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทได้ ในทางกลับกัน การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BoJ อาจทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น และส่งผลกระทบต่อความผันผวนของตลาดทุนในเอเชียโดยรวม ซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้

การจับตาความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางทั้งสองแห่งในช่วงที่เหลือของปี 2568 จึงเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินทิศทางของตลาดการเงินโลกในปีถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความเสี่ยงที่สภาวะการเงินโลกอาจตึงตัวขึ้นจากนโยบายของ BoJ สวนทางกับการผ่อนคลายของ Fed

— จบรายงานข่าว —