อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สรุปตลาดปี 2025 และทิศทางเศรษฐกิจโลกปี 2026
วันที่ 29 ธันวาคม 2568
กรุงเทพฯ — รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลกในช่วงปลายปี 2568 จากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของตลาดทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับความระมัดระวังในการคาดการณ์ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดอนาคตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569
Fed ส่งสัญญาณ “ระมัดระวัง” พร้อมปรับลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 3.50%-3.75%
ประเด็นที่ได้รับความสนใจสูงสุดในรายงานข่าวเศรษฐกิจคือการตัดสินใจครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% (หนึ่งในสี่ของจุดเปอร์เซ็นต์) สู่ระดับ 3.50% ถึง 3.75% การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของ Fed ในการประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงเข้าใกล้เป้าหมายที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม รายงานจากสำนักข่าวระบุว่าการส่งสัญญาณสำหรับปี 2569 ยังคงเป็นไปอย่าง “ระมัดระวัง” และมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างลึกซึ้งในกลุ่มคณะกรรมการ Fed เอง แม้ว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะคาดการณ์ว่า Fed จะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปี 2569 แต่มุมมองเกี่ยวกับจำนวนครั้งและขนาดของการลดดอกเบี้ยก็ยังคงหลากหลาย โดย Goldman Sachs Research คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงมาอยู่ในช่วง 3-3.25% ภายในสิ้นปี 2569 ขณะที่ Bank of America Global Research มองว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยสองครั้งตลอดทั้งปี
นักวิเคราะห์จาก CNBC ชี้ว่า “ความแตกแยกที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้กำหนดนโยบายของ Fed คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะมันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินทั่วโลกและทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง”
สรุปผลงานตลาดหุ้นโลกปี 2568: ปีแห่ง AI และความผันผวน
สำหรับภาพรวมของตลาดทุนในปี 2568 รายงานจาก Reuters และ Bloomberg ต่างสรุปตรงกันว่าเป็น “ปีทอง” อีกปีหนึ่งสำหรับตลาดหุ้นทั่วโลก แม้จะเผชิญกับความผันผวนจากประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นเติบโตอย่างโดดเด่นคือ “การครองตลาดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI dominance)” ซึ่งผลักดันราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 14% ซึ่งนับเป็นอันดับรองลงมาเมื่อเทียบกับตลาดหลักอื่นๆ ทั่วโลก ในขณะที่ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงกลับกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในปีนี้ โดยมีกำไรสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 สูงเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาดัชนีตลาดโลกที่เฝ้าติดตาม
ความผันผวนที่เกิดขึ้นในปี 2568 ถูกมองว่าเป็น “จุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์” สำหรับตลาดทุนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากจากสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2569: เติบโตอย่างมั่นคงแต่ไม่หวือหวา
การคาดการณ์สำหรับปี 2569 จากรายงานของสำนักข่าวต่างๆ ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ “มั่นคง” (Sturdy Growth) โดย Goldman Sachs Research คาดการณ์อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทั่วโลกไว้ที่ 2.8% ในขณะที่ผลสำรวจของ Bloomberg News ระบุว่าความคาดหวังการเติบโตของ GDP สหรัฐฯ ในปี 2569 ได้ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยคาดการณ์ว่า GDP ที่แท้จริงจะเติบโตถึง 2.3% ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์เดิมในเดือนกันยายนที่ 1.8%
นักวิเคราะห์จาก CNBC ให้ความเห็นว่า การเติบโตที่สูงขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่นและการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก แม้จะมีการปรับลดดอกเบี้ยแล้วก็ตาม
โดยสรุป ปี 2569 จึงเป็นปีที่ตลาดโลกยังคงต้องเดินหน้าด้วยความระมัดระวัง โดยมีสายตาจับจ้องไปที่การตัดสินใจของ Fed เป็นสำคัญ หาก Fed สามารถบริหารจัดการการลดดอกเบี้ยได้อย่างสมดุลกับอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงได้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจถดถอยและสนับสนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกสามารถรักษาโมเมนตัมเชิงบวกไว้ได้ต่อไป
อ้างอิง: Bloomberg, CNBC, Reuters (รวบรวมข้อมูลจากรายงานเศรษฐกิจและการเงิน ณ ปลายปี 2568 และแนวโน้มปี 2569)



















