สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: วิกฤตตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดหุ้นผันผวนจาก AI และเงินเฟ้อ
สถานการณ์โลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อภาคธุรกิจ.
วิกฤตตะวันออกกลาง: สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีอิหร่าน ดันราคาน้ำมันพุ่ง
สถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างมาก หลังจากมีรายงานว่ากองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงผู้บัญชาการอาวุโสของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน การโจมตีดังกล่าวถูกประณามอย่างรุนแรงจากอิหร่าน ซึ่งประกาศจะตอบโต้การกระทำนี้
ผลจากความขัดแย้งที่ปะทุขึ้น ทำให้หลายประเทศในภูมิภาคต้องประกาศปิดน่านฟ้า และสายการบินจำนวนมากยกเลิกเที่ยวบินในแถบตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังมีรายงานสัญญาณจากกองกำลัง IRGC ของอิหร่านที่แจ้งห้ามเรือทุกลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ออกมายืนยันในภายหลังว่า ไม่มีเจตนาที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และช่องแคบยังคงเปิดใช้งานตามปกติ
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 10% แตะระดับประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายนอกตลาด และนักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่าราคาอาจพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือมากกว่านั้น หากความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อหรือช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริง นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรลำหนึ่งถูกโจมตีบริเวณนอกชายฝั่งคาบสมุทรมุซันดัมของโอมาน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ซึ่งนับเป็นการโจมตีเป้าหมายใกล้โอมานครั้งแรกในความขัดแย้งระลอกนี้ ขณะเดียวกัน การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านยังจุดชนวนให้เกิดการประท้วงในปากีสถาน โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 รายใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในนครการาจี
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลก: เงินเฟ้อ-AI ฉุดรั้ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างหนักในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงสูง, ผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจบานปลาย ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ปิดตลาดเดือนกุมภาพันธ์ในแดนลบ ซึ่งเป็นผลมาจากตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ออกมาสูงกว่าคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญที่ 2.9% เมื่อเดือนที่แล้ว บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่
ความกังวลเกี่ยวกับ AI ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความผันผวนให้กับตลาด โดยเฉพาะหลังบริษัทฟินเทค Block ซึ่งนำโดย Jack Dorsey ประกาศปลดพนักงานเกือบครึ่งหนึ่ง หรือกว่า 4,000 ตำแหน่ง โดยอ้างถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจาก AI เหตุการณ์นี้กระตุ้นให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานและภาคธุรกิจโดยรวม นำไปสู่การเทขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์บางส่วน
นอกจากนี้ ตลาดยังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากนโยบายทางการค้าของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของเขาไปเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ทรัมป์ยังคงส่งสัญญาณว่าจะผลักดันการเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 15% ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีที่ยืดเยื้อ ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี บิตคอยน์ก็ร่วงลงมากกว่า 5% หลุดระดับ 64,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และประเด็นภาษี
ข่าวบริษัทและเศรษฐกิจไทย
ในส่วนของข่าวบริษัท NVIDIA แม้จะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งและคาดการณ์รายได้ที่สดใส แต่ราคาหุ้นกลับไม่ได้พุ่งขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความคาดหวังที่สูงเกินไปของตลาดและความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันในอุตสาหกรรม AI ขณะเดียวกัน OpenAI กำลังระดมทุน 1.1 แสนล้านดอลลาร์ โดยมี Amazon, NVIDIA และ SoftBank ร่วมลงทุน ส่วน Tata Motors Passenger Vehicles รายงานยอดขายรวมในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 63,331 คัน
CNBC ยังได้ประกาศรายชื่อ “Changemakers: Women Transforming Business” ประจำปีครั้งที่สาม ซึ่งเป็นการยกย่องผู้นำหญิง 50 คนที่สร้างผลกระทบต่อสังคมและธุรกิจ โดยมีบุคคลสำคัญอย่าง Selena Gomez และ Kim Kardashian ติดอยู่ในรายชื่อด้วย
สำหรับเศรษฐกิจไทย วิจัยกรุงศรีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตเพียง 2.0% ชะลอลงจากปี 2568 โดยเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว นโยบายกีดกันทางการค้า และความเปราะบางภายในประเทศ แม้ภาคการท่องเที่ยวจะยังเป็นความหวัง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35.5 ล้านคน แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19 และเผชิญความท้าทายด้านความปลอดภัยและการแข่งขันที่รุนแรง
โดยสรุปแล้ว สถานการณ์โลกในขณะนี้ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนระอุ และความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากเงินเฟ้อและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่าง AI ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.



















