อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายและโอกาสใหม่

0
41






อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายและโอกาสใหม่


วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2569

อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายและโอกาสใหม่

สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยมีประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค นโยบายการเงินของธนาคารกลาง ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในตลาดทุน

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2569: การเติบโตที่ยืดหยุ่นแต่ยังเปราะบาง

รายงานจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในเดือนมกราคม 2569 คาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะยังคงแข็งแกร่งที่ 3.3% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 ซึ่งใกล้เคียงกับประมาณการในปี 2568 ที่ 3.3% อย่างไรก็ตาม รายงานจาก ACCA และ UNCTAD กลับชี้ว่าการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 2.7% ถึง 3% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดโรคระบาดที่ 3.2% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าจะขยายตัว 2.4% ในปี 2569 โดยได้แรงหนุนจากนโยบายการคลังและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปยังคงอ่อนแอ และหลายประเทศกำลังพัฒนาเผชิญข้อจำกัดจากหนี้ที่สูงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกคาดว่าจะลดลงจาก 4.1% ในปี 2568 เหลือ 3.8% ในปี 2569 และ 3.4% ในปี 2570 แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อโดยรวมจะชะลอตัวลง แต่ต้นทุนค่าครองชีพที่สูงยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้ที่แท้จริง โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลง และหนี้สาธารณะที่สูงยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่อาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

นโยบายการเงินของธนาคารกลาง: เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย

ตลาดการเงินจับตาการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางทั่วโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปี 2569 นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง ครั้งละ 25 จุดพื้นฐาน ทำให้ Fed Funds Rate อยู่ใกล้ระดับ 3% ถึง 3.25% ภายในสิ้นปี การตัดสินใจของเฟดจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็อาจส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเช่นกัน แต่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กลับมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%

กระแส AI ยังคงร้อนแรงท่ามกลางความกังวลด้านมูลค่า

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในตลาดหุ้นและเศรษฐกิจโลก รายงานผลประกอบการล่าสุดจากบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งสะท้อนถึงการลงทุนอย่างมหาศาลในด้าน AI และผลตอบรับที่ดี โดยเฉพาะ Nvidia ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ รายงานรายได้ในไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2569 สูงถึง 68.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อน และมีรายได้จากศูนย์ข้อมูล (Data Center) สูงถึง 62.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนว่าแรงส่งในธุรกิจ AI จะอ่อนแรงลง นอกจากนี้ บริษัทอย่าง Workday, Cisco และ Autodesk ก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งและเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ AI ในผลิตภัณฑ์และบริการของตน

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นของบริษัท AI ที่สูงเกินจริงและศักยภาพในการก่อให้เกิด “ฟองสบู่ AI” แม้ว่าผลประกอบการโดยรวมของบริษัทใน S&P 500 จะแสดงการเติบโตในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2564 แต่ความผันผวนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็ยังคงมีอยู่

ราคาน้ำมันโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด

ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นสู่ระดับ 72.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เพิ่มขึ้น 2.87% จากวันก่อนหน้า และราคาน้ำมัน WTI อยู่ที่ประมาณ 67.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์บานปลาย

การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป แต่ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าที่ชัดเจน ซึ่งทำให้ตลาดต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นโยบายการค้าสหรัฐฯ สร้างความไม่แน่นอน

นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นแหล่งของความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศแผนการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้ระงับมาตรการภาษีนำเข้าเดิมบางส่วน การเคลื่อนไหวนี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อการค้าโลกและอาจส่งผลกระทบต่อประเทศที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เช่น จีน สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร

ข่าวจากองค์กรและตลาดทุน

ในส่วนของข่าวองค์กร Thomson Reuters ได้ประกาศแผนการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการคืนทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นอีก 605 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น

โดยสรุปแล้ว เศรษฐกิจโลกในต้นปี 2569 กำลังเดินหน้าท่ามกลางปัจจัยที่หลากหลาย ทั้งโอกาสจากการลงทุนใน AI และการฟื้นตัวของผลประกอบการบริษัท ไปจนถึงความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าที่คาดเดายาก และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป