อัปเดตข่าวเศรษฐกิจและการเงิน: จาก Bloomberg, CNBC, Reuters
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงประเด็นสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนตลาดโลกและเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเคลื่อนไหวของนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ทิศทางของตลาดหุ้นเทคโนโลยีและกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยจับตาสำคัญ.
นโยบายการเงินของธนาคารกลาง: การต่อสู้เงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ย
Bloomberg รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวังเกี่ยวกับทิศทางเงินเฟ้อ โดยตลาดคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หากข้อมูลเศรษฐกิจสนับสนุน. อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่าการปรับลดอาจเกิดขึ้นช้ากว่าที่คาด หรืออาจมีการลดเพียงครั้งเดียว เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงมีความยืดหยุ่นและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ยังคงอยู่ราว 3%. นอกจากนี้ ตลาดแรงงานในสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งเกินคาด ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ Fed ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย.
ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงเหลือประมาณ 1.5% ในช่วงกลางปี 2569 ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับปานกลางในยูโรโซน. ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ในเดือนเมษายน หลังจากที่เงินเยนอ่อนค่าและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนมกราคมอยู่ที่ 2.0% ซึ่งเป็นระดับที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565. รายงานเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดเมื่อเร็วๆ นี้ยังส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ และชี้ให้เห็นว่าต้นทุนภาษีที่เพิ่มขึ้นกำลังถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภค.
ตลาดหุ้นเทคโนโลยีและกระแส AI: นวัตกรรมและความท้าทาย
Reuters ชี้ว่า ภาคเทคโนโลยีทั่วโลกยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในตลาดหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งยังคงดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง. การลงทุนใน AI ยังคงเป็นธีมหลัก แต่ความระมัดระวังเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่าที่สูงเกินไปก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม. รายงานล่าสุดยังแสดงให้เห็นถึงการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากในบริษัทเทคโนโลยีบางแห่ง เช่น Block ที่ประกาศเลิกจ้างถึง 40% ของพนักงาน โดยอ้างถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจาก AI. นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักที่เกิดจาก AI ได้นำไปสู่การเทขายหุ้นในบริษัทที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ รวมถึงบริษัทชิปรายใหญ่อย่าง Nvidia.
ในข่าวที่น่าจับตา Bloomberg รายงานว่า SpaceX มีกำหนดจะยื่นคำขอเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ในเดือนมีนาคมนี้ โดยมีมูลค่าสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของ Starlink และการควบรวมกิจการกับ xAI บริษัท AI ของ Elon Musk. เงินทุนจากการ IPO นี้คาดว่าจะนำไปใช้ในการพัฒนา Starship, ศูนย์ข้อมูล AI ในวงโคจร และฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่อาจกระตุ้นตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงสกุลเงินดิจิทัล. นอกจากนี้ การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ยังพุ่งสูงขึ้นถึง 160.9% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนใน AI ที่แข็งแกร่ง.
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อตลาดพลังงานและการค้า
สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดโลก. Bloomberg และ Reuters รายงานถึงการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้จากเตหะรานโดยพุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินของทั้งสองประเทศในหลายประเทศแถบตะวันออกกลาง. เหตุการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น และนักวิเคราะห์เตือนว่าราคาอาจพุ่งสูงขึ้นอีกหากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น. อิหร่านยังได้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญของโลก ซึ่งหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก. แม้เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปจะระบุว่ายังไม่มีคำสั่งปิดอย่างเป็นทางการ แต่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ส่งสัญญาณวิทยุแจ้งว่า “ไม่มีเรือลำใดได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”. นอกจากนี้ยังมีการรายงานถึงการสู้รบระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถาน ซึ่งอัฟกานิสถานได้ยิงตอบโต้เครื่องบินรบของปากีสถานเหนือกรุงคาบูล ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าอัฟกานิสถานให้ที่พักพิงกลุ่มติดอาวุธ.
ในด้านการค้า Bloomberg รายงานว่า ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ได้ตัดสินคัดค้านการใช้อำนาจฉุกเฉินของประธานาธิบดีในการเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้าง. อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีทั่วโลก 15% ซึ่งนำไปสู่การที่สหภาพยุโรปเตรียมระงับกระบวนการอนุมัติข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับแผนภาษีของวอชิงตัน. นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่าจีนอาจได้รับประโยชน์จากกรณีที่ศาลสูงสุดคว่ำภาษีของทรัมป์.
โดยสรุปแล้ว ตลาดโลกในต้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเผชิญกับปัจจัยหลายด้าน ทั้งความคาดหวังในการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลาง การเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคเทคโนโลยีพร้อมกับความท้าทายจาก AI และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจากรายงานของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters.



















