สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตะวันออกกลางระอุ การค้าโลกปั่นป่วน และ AI ยังคงเป็นแกนขับเคลื่อน
ท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก ตลาดการเงินและพลังงานเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน ขณะที่นวัตกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำคัญ รายงานข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 ชี้ให้เห็นถึงประเด็นร้อนที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ตะวันออกกลางวิกฤต ดันราคาน้ำมันพุ่ง
ภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านถึงแก่อสัญกรรม เหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดชนวนความตึงเครียดครั้งใหม่ และนำไปสู่การที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก การปิดช่องแคบส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลก และทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ในขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) ได้ตกลงในหลักการที่จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพียงเล็กน้อยที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความปั่นป่วนในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าศักยภาพสำรองของกลุ่มโอเปกพลัสมีจำกัด นอกจากนี้ ความขัดแย้งยังลุกลามไปยังภูมิภาคเอเชียใต้ โดยอัฟกานิสถานได้ยิงตอบโต้เครื่องบินรบของปากีสถานเหนือกรุงคาบูล ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าอัฟกานิสถานให้ที่พักพิงกลุ่มติดอาวุธ
เศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญความท้าทายจากเงินเฟ้อและนโยบายการค้า
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมามีความผันผวน โดยดัชนีดาวโจนส์ S&P 500 และ Nasdaq เผชิญกับภาวะปรับตัวลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจเข้ามาแทนที่งานในหลายอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของเดือนมกราคมที่ออกมาสูงเกินคาด ได้ตอกย้ำความกังวลเรื่องแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงเหนียวแน่น ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนมกราคมจะดีกว่าคาดการณ์ ซึ่งบ่งชี้ว่า Fed อาจยังไม่รีบลดดอกเบี้ยในเร็ววันนี้ แต่ก็เปิดโอกาสสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงกลางปี
ด้านนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความปั่นป่วนในตลาดโลก โดยเขายืนยันเดินหน้าปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% จากเดิม 10% แม้ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำตัดสินยกเลิกอำนาจฉุกเฉินในการกำหนดภาษีของเขาไปแล้ว นโยบายดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับคู่ค้าสำคัญอย่างสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งได้ประกาศระงับกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงการค้าที่มีอยู่กับจีน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ยังคงมีผลบังคับใช้
ตลาดโลกและเทคโนโลยี: AI ยังคงขับเคลื่อน แต่ Bitcoin เผชิญแรงกดดัน
ในตลาดสกุลเงินดิจิทัล บิตคอยน์ร่วงลงอย่างหนักต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ นักวิเคราะห์ชี้ว่าปัจจัยหลักมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ แนวโน้มขาลงของตลาดคริปโต และการโยกย้ายเงินลงทุนไปสู่ทองคำและหุ้น AI ในทางตรงกันข้าม สกุลเงินเอเชียหลายสกุลกลับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นธีมหลักที่ขับเคลื่อนตลาดเทคโนโลยี โดยบริษัทชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงานและภาคอุตสาหกรรมบางส่วนยังคงเป็นปัจจัยกดดันหุ้นเทคโนโลยี มีรายงานว่า OpenAI ซึ่งเป็นผู้พัฒนา ChatGPT กำลังมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากชิปบางรุ่นของ Nvidia ซึ่งอาจส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดชิป AI ในอนาคต ในขณะเดียวกัน บริษัทผลิตชิปของเกาหลีใต้ ได้แก่ Samsung Electronics และ SK Hynix ได้แซงหน้ายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของจีนอย่าง Alibaba และ Tencent ในด้านมูลค่าตลาดรวม ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดหาชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่ล้ำสมัยสำหรับความต้องการ AI
ประเด็นสิ่งแวดล้อม: ระเบิดเวลาลูกใหม่ของเศรษฐกิจโลก
รายงาน Global Risks Report 2569 โดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการล่มสลายของระบบนิเวศ ซึ่งถูกจัดเป็นมหันตภัยระยะยาวที่จะบ่อนทำลายความมั่งคั่งของมนุษยชาติ รายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ยังเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ทั่วโลกมีการใช้เงินในกิจกรรมที่ทำลายธรรมชาติสูงกว่าการลงทุนเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติถึง 30 เท่า ซึ่งสร้าง “ช่องว่างทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ” สูงถึง 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี
ตลาดหุ้นไทยโดดเด่นท่ามกลางกระแสโลก
ในส่วนของประเทศไทย ตลาดหุ้นไทยกลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 10% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นที่แรงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลักทั่วโลกในเวลาเดียวกัน โดยมีแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2568 ขยายตัว 2.5% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการบริโภคและการลงทุนของภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในปี 2568 ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีมูลค่าสูงถึง 3.24 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจบริการรับจ้างผลิตและคอมพิวเตอร์ ตอกย้ำบทบาทของไทยในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิม
โดยสรุปแล้ว แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางการค้า แต่ภาคเทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มทวีความสำคัญมากขึ้นในฐานะความเสี่ยงระยะยาวต่อเศรษฐกิจโลก


















