News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
94

อัพเดทข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวน จับตา ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ย และทองคำพุ่งแรง

วันที่ 7 มกราคม 2569

สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของตลาดการเงินโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผันผวนและสัญญาณที่ขัดแย้งกันของทิศทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดการณ์นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความร้อนแรงของตลาดโภคภัณฑ์สำคัญอย่างทองคำ

นโยบายการเงินสหรัฐฯ: สัญญาณผสมจากคณะกรรมการเฟด

รายงานจากหลายแหล่งข่าวระบุว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในปี 2569 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด. นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า แนวโน้มที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการที่ธนาคารกลางจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากระดับปัจจุบันที่ 3.50% – 3.75% ให้เข้าใกล้ระดับ 3% ตลอดช่วงปี. อย่างไรก็ตาม ความเห็นของเจ้าหน้าที่ Fed เองกลับมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่บางรายยังคงไม่กระตือรือร้นที่จะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ววันนี้. นอกจากนี้ ยังมีมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยนักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่า มีความเป็นไปได้ที่ Fed อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปี 2569 เพื่อควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ.

ตลาดจึงให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดต่อข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลตลาดแรงงานและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (ISM PMI) ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของ Fed. การตัดสินใจของ Fed จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และมีอิทธิพลต่อทิศทางของสกุลเงินทั่วโลก รวมถึงเงินบาทของไทยด้วย.

ตลาดหุ้นโลก: ความกังวลฟองสบู่ AI สลับกับมุมมองเชิงบวก

ในส่วนของตลาดทุนโลก ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดท้ายปีที่ผ่านมาด้วยความอ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยมีรายงานการปิดลบติดต่อกันหลายวันในช่วงต้นปี 2569. ความกังวลเกี่ยวกับ “ฟองสบู่ AI” (AI bubble) ยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนเฝ้าระวัง เนื่องจากราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีบางส่วนได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง. นอกจากนี้ ความผันผวนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังสะท้อนถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายของธนาคารกลาง.

อย่างไรก็ตาม มุมมองโดยรวมต่อตลาดหุ้นในปี 2569 ยังคงเป็นไปในทิศทางบวก โดย J.P. Morgan Global Research ได้ออกรายงานคาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะทำกำไรเป็นตัวเลขสองหลัก ทั้งในตลาดพัฒนาแล้ว (DM) และตลาดเกิดใหม่ (EM). นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ จะเป็นปัจจัยหนุนให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นสำหรับนักลงทุนสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการไหลของเงินทุนในตลาดโลก.

ตลาดโภคภัณฑ์: ทองคำยังคงเป็นดาวเด่น แม้เจอแรงเทขายระยะสั้น

ตลาดโภคภัณฑ์ยังคงแสดงความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความนิยมสูง. แม้ว่าในวันที่ 7 มกราคม 2569 ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 4,453.01 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ ลดลง 0.96% จากวันก่อนหน้า และราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวต้านสำคัญในระยะสั้น. แต่หากพิจารณาในภาพรวม ทองคำยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยราคาได้ปรับเพิ่มขึ้นถึง 6.27% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา และพุ่งขึ้นอย่างน่าประทับใจถึง 67.25% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว. การปรับขึ้นที่แข็งแกร่งในช่วงต้นปี 2569 สะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยหนุนหลัก.

ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบยังคงถูกจับตา โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า การเพิ่มขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันให้ราคาพลังงานทั่วโลกลดลงได้. ซึ่งจะเป็นข่าวดีสำหรับประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทย ในแง่ของการช่วยลดต้นทุนและบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้บางส่วน

โดยสรุป การรายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำทั่วโลกสะท้อนภาพรวมของตลาดการเงินที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังและความคาดหวังที่ผสมผสานกัน นักลงทุนยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงการตัดสินใจของ Fed และข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อประเมินทิศทางการลงทุนในระยะต่อไป