News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
34

ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters: ตะวันออกกลางระอุ เศรษฐกิจโลกผันผวน และการปฏิวัติ AI ยังคงดำเนินต่อไป

สถานการณ์โลกในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน โดยเฉพาะจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดเทคโนโลยีและสร้างความกังวลในหลายภาคส่วน ตามรายงานจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters.

วิกฤตตะวันออกกลาง: การโจมตีอิหร่านและการตอบโต้

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การยืนยันการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน. การโจมตีครั้งนี้จุดชนวนให้เกิดการตอบโต้จากอิหร่าน โดยมีการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีหลายประเทศในภูมิภาคอ่าว รวมถึงซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต และโอมาน โดยมีรายงานความเสียหายในดูไบและอาบูดาบี.

ความขัดแย้งที่บานปลายนี้ได้สร้างความกังวลอย่างหนักต่อตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก. ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงหากสถานการณ์ยืดเยื้อ. เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) มีมติเห็นชอบที่จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบอีก 206,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาด.

สำหรับประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำและน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงราคาภายในประเทศไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น. นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. แสดงความกังวลว่าหากสถานการณ์บานปลายหรือมีการปิดเส้นทางเดินเรือ จะสร้างแรงกระแทกต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกทันที. กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกประเมินผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และเตรียมแนวทางกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดความเสี่ยง. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้แจ้งว่าจะเปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ตามปกติในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 แต่แนะนำให้นักลงทุนติดตามข้อมูลข่าวสารและใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจลงทุน.

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและนโยบายธนาคารกลาง

ในด้านเศรษฐกิจมหภาค รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า แนวโน้มการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ในปี 2569 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2% อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.8% และคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งบ่งชี้ถึงการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงสองปีข้างหน้า.

สำหรับประเทศญี่ปุ่น คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2569 โดย GDP อาจเติบโตเพียง 0.6%. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยคาดว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 19 มีนาคมนี้ แต่มีโอกาสที่จะปรับขึ้นในเดือนเมษายน.

ส่วนแคนาดา เศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2568 อ่อนแอลง โดย GDP ในไตรมาส 4 ลดลง 0.6% และการประมาณการเบื้องต้นสำหรับเดือนมกราคม 2569 ชี้ว่าผลผลิตไม่เปลี่ยนแปลง. ธนาคารกลางแคนาดายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25%.

ในประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569. การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐหลายแห่งประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามลงมา. กนง. ยังแสดงความกังวลต่อค่าเงินบาทที่มีสัญญาณแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน และจะติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด.

เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI): การลงทุนและการเปลี่ยนแปลง

ภาคเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในตลาดโลก โดย OpenAI ได้ประกาศปิดการระดมทุนรอบใหม่มูลค่า 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon, Nvidia และ SoftBank. Nvidia เองก็รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง พร้อมคาดการณ์รายได้ที่สดใสสำหรับไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2570 โดยมีธุรกิจศูนย์ข้อมูล (AI chips) เป็นหัวใจสำคัญ. Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia มองเห็นโอกาสการเติบโตระยะยาวที่สำคัญในด้าน AI.

อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานและอุตสาหกรรมดั้งเดิม. นอกจากนี้ แนวโน้มการลงทุนในตลาดกำลังเปลี่ยนจากการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI ไปสู่หุ้นวัฏจักร หุ้นปันผล และตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย. ในส่วนของ CNBC มีการปรับโครงสร้างห้องข่าวเพื่อรวมการดำเนินงานด้านโทรทัศน์และดิจิทัล ซึ่งจะนำไปสู่การเลิกจ้างบางตำแหน่ง และมีแผนจะเปิดตัวระบบกำแพงเก็บค่าเข้าชม (paywall) บนเว็บไซต์.

โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกจะต้องจับตาและปรับตัวอย่างใกล้ชิดต่อไป.