สรุปข่าวเด่นประจำวัน: Bloomberg, CNBC, Reuters
วันที่ 29 ธันวาคม 2568 | รายงานข่าวเศรษฐกิจการเงินทั่วโลก
ตลาดการเงินโลกปิดท้ายปี 2568 อย่างแข็งแกร่ง ด้วยสัญญาณบวกที่ชัดเจนจากข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในช่วงต้นปี 2569 โดยรายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันถึงการสิ้นสุดของวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย และการเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นการเติบโต แม้ว่าธนาคารกลางในภูมิภาคอื่น ๆ จะยังคงมีท่าทีที่แตกต่างกันออกไปก็ตาม
รายงานจาก Bloomberg: เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว หนุนความหวัง Fed ลดดอกเบี้ย
— Bloomberg Report —
Bloomberg รายงานว่า ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในสัปดาห์สุดท้ายของปี โดยอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ประจำปีของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม (เผยแพร่ข้อมูลของเดือนพฤศจิกายน) ได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.7% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.1% อย่างมีนัยสำคัญ.
การชะลอตัวของเงินเฟ้อที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์นี้ ได้ตอกย้ำมุมมองของตลาดที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างเร็วที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 รายงานระบุว่า แรงกดดันด้านราคาที่ลดลงในหมวดพลังงานและสินค้าหลัก (Core Goods) ได้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นว่า Fed ประสบความสำเร็จในการควบคุมเงินเฟ้อ โดยไม่ต้องทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Soft Landing) แต่อย่างใด.
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ชี้ว่า ตลาดตราสารหนี้ได้ปรับตัวรับข่าวนี้อย่างรวดเร็ว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Treasury Yields) ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงในอนาคต ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับภาคธุรกิจที่ต้องพึ่งพาต้นทุนทางการเงิน.
รายงานจาก CNBC: ตลาดหุ้นพุ่งทำสถิติใหม่ รับ “Santa Rally”
— CNBC Report —
CNBC ให้ความสำคัญกับความคึกคักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเน้นย้ำถึงปรากฏการณ์ “Santa Rally” ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี ดัชนีหลักอย่าง S&P 500 ได้พุ่งขึ้นไปซื้อขายใกล้ระดับ 6,932.05 จุด ในช่วงปลายเดือนธันวาคม และมีค่าเฉลี่ยปิดของเดือนอยู่ที่ประมาณ 6,843.84 จุด ซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์.
รายงานระบุว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนถูกกระตุ้นอย่างมากจากปัจจัยสามประการ ได้แก่ (1) ข้อมูลเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลง (2) การสิ้นสุดของฤดูกาลขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และ (3) ผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Magnificent Seven). หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นผู้นำตลาด โดยมีการลงทุนในด้าน AI ที่ขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ดัชนี Nasdaq ทำผลงานได้ดีกว่าตลาดโดยรวม.
ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เตือนว่า แม้ตลาดจะมีความร้อนแรง แต่ความผันผวนก็ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่ปี 2569 ที่นักลงทุนจะเริ่มจับตาดูจังหวะและขนาดของการลดดอกเบี้ยของ Fed อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม มุมมองโดยรวมต่อตลาดหุ้นในปีหน้ายังคงเป็นเชิงบวกอย่างมาก.
รายงานจาก Reuters: ธนาคารกลางยุโรปยืนหยัด นโยบายโลกเริ่มแตกต่าง
— Reuters Report —
Reuters มุ่งเน้นไปที่ความแตกต่างของนโยบายการเงินระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รายงานระบุว่า ในขณะที่ Fed กำลังส่งสัญญาณถึงการผ่อนคลายในอนาคตอันใกล้ ECB กลับเลือกที่จะ คงอัตราดอกเบี้ยหลักไว้ที่ 2.15% เป็นการประชุมครั้งที่สี่ติดต่อกัน.
การตัดสินใจของ ECB สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซนที่แม้จะชะลอตัวลง แต่ยังคงอยู่ในระดับที่น่ากังวล โดยเฉพาะในภาคบริการ. นางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า ECB ยังไม่พร้อมที่จะประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อ และจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายที่ 2% อย่างยั่งยืน.
ความแตกต่างของนโยบายนี้ (Divergence) ระหว่าง Fed และ ECB ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดสกุลเงิน โดยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ในขณะที่ยูโรมีความผันผวนเนื่องจากความไม่แน่นอนของจังหวะการลดดอกเบี้ยในยูโรโซน. Reuters สรุปว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ “ภาวะปกติใหม่” (New Normal) ที่ธนาคารกลางแต่ละแห่งจะพิจารณานโยบายของตนตามสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างเคร่งครัดมากขึ้น.
สรุปประเด็นสำคัญ: ตลาดการเงินโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคของการต่อสู้กับเงินเฟ้อไปสู่ยุคแห่งความคาดหวังในการเติบโตที่ได้รับแรงหนุนจากการลดดอกเบี้ย โดยมีข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ 2.7% และดัชนี S&P 500 ที่ระดับ 6,900 จุด เป็นตัวชี้วัดหลักของการเปลี่ยนแปลงนี้.
โดยรวมแล้ว รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงปลายปีนี้ ได้วาดภาพรวมที่เต็มไปด้วยความหวังสำหรับปี 2569 โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักที่ต้องจับตาคือ จังหวะการลดดอกเบี้ยของ Fed และผลกระทบจากความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่างประเทศ.
อ้างอิงข้อมูล:


















