สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: การเติบโตที่ยืดหยุ่น ท่ามกลางความผันผวนด้านการค้าและบทบาท AI ที่เพิ่มขึ้น
กรุงเทพมหานคร, 23 กุมภาพันธ์ 2569 – สื่อเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังคงแสดงความยืดหยุ่นในปี 2569 แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากความผันผวนด้านการค้าและทิศทางนโยบายของธนาคารกลางที่แตกต่างกันไป โดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการลงทุนและการเติบโต.
ภาพรวมเศรษฐกิจโลก: การเติบโตที่มั่นคงแต่แตกต่างในแต่ละภูมิภาค
สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมอง “ระมัดระวังแต่เป็นบวก” สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2569 โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.7-3.3% กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP โลกเล็กน้อยเป็น 3.3% ในปีนี้ ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับปี 2568 แรงหนุนสำคัญมาจากการลงทุนในเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI การสนับสนุนด้านการคลังและการเงิน รวมถึงความสามารถในการปรับตัวของภาคเอกชน ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า
สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าจะเติบโตประมาณ 2-2.4% ในปี 2569 ซึ่งอาจเป็นอัตราที่เร็วที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วหลักๆ โดยได้รับประโยชน์จากการลงทุนใน AI และมาตรการกระตุ้นทางการคลัง ในขณะที่เศรษฐกิจจีนคาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 4.5% ส่วนเศรษฐกิจอินโดนีเซียมีการเติบโตที่แข็งแกร่งถึง 5.11% ในปี 2568 ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุน และประสิทธิภาพการส่งออกที่ยังคงดีอยู่
เงินเฟ้อและนโยบายธนาคารกลาง
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทั่วโลกคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 2.8% ในปี 2569 แต่จะมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ คาดว่าจะลดลงสู่ 2.4% ในปี 2569 แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในขณะที่หลายประเทศในยุโรปและเอเชียอาจเห็นการเพิ่มขึ้นของราคาที่ต่ำกว่า 2%
ธนาคารกลางสหรัฐฯ คาดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับประมาณ 3.25% ภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งบ่งชี้ถึงการผ่อนคลายทางการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปในอีกสองปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอาจทำให้เงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของ Fed ตลอดปี 2569 ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ในอีกสองปีข้างหน้า และไม่คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม สำหรับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) คาดว่าจะยังคงดำเนินนโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยอาจถึง 1.0% ภายในสิ้นปี 2569 จากแรงหนุนของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ใกล้ 2% ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพราคาเป็นภารกิจหลัก
สถานการณ์การค้าและภาษี
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำสั่งยกเลิกมาตรการเก็บภาษีชุดก่อนหน้า ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนใหม่ในการเจรจาการค้า อย่างไรก็ตาม ตลาดส่วนใหญ่ยังคงไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากมาตรการภาษีล่าสุดนี้ โดยมองว่าเป็นเพียง “เสียงรบกวน” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ความผันผวนทางการค้าที่เกิดจากภาษีของสหรัฐฯ คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป นอกจากนี้ การเกินดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นของจีนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งอาจทำให้ความตึงเครียดทางการค้ารุนแรงขึ้น
บทบาทของเทคโนโลยี AI ในภาคการเงินและเศรษฐกิจ
AI ยังคงเป็นแกนหลักของการลงทุนและเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนทางธุรกิจ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ Bloomberg ได้เปิดตัว ASKB ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซ AI เชิงสนทนาใหม่สำหรับ Bloomberg Terminal เพื่อเร่งการวิจัยการลงทุนและปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แม้ว่า AI จะนำมาซึ่งโอกาส แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อตลาดแรงงาน โดยอาจมีงานหลายล้านตำแหน่งถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ อย่างไรก็ตาม บริษัทต่างๆ กำลังมองหาประโยชน์จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่าน AI
ความเคลื่อนไหวของตลาดและข่าวองค์กร (23 กุมภาพันธ์ 2569)
ในวันนี้ (23 ก.พ. 2569) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงหลังจากข่าวเรื่องภาษีของทรัมป์ ดัชนี S&P/TSX ของแคนาดาลดลงกว่า 150 จุด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาซื้อขายที่ 73.08 เซนต์สหรัฐฯ ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบสัญญาเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 29 เซนต์สหรัฐฯ อยู่ที่ 66.77 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และราคาทองคำสัญญาเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 136.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 5,217.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ หุ้น PayPal (PYPL.US) พุ่งขึ้น 9% จากข่าวความสนใจในการเข้าซื้อกิจการ และ Citi กำลังใกล้จะขายหุ้น Banamex ให้กับกลุ่มนักลงทุน นอกจากนี้ Loblaw มีแผนจะสร้างร้านค้าใหม่ 70 แห่งและปรับปรุง 191 สาขาในปี 2569
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
การวางแผนทางทหารของสหรัฐฯ เกี่ยวกับอิหร่านได้เข้าสู่ขั้นสูงแล้ว โดยมีทางเลือกในการกำหนดเป้าหมายบุคคลและแสวงหาการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจปะทุขึ้นและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้



















